ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 25 พฤษภาคม 2017 เวลา 21:24
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

+  My Community
|-+  กระดานต่างๆ
| |-+  พูดคุยประสาคนดูนก (กระดานหลัก)
| | |-+  ทำไมเราต้องระมัดระวังการใช้เสียงล่อนก ในการดูนกและถ่ายภาพ
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมเราต้องระมัดระวังการใช้เสียงล่อนก ในการดูนกและถ่ายภาพ  (อ่าน 9045 ครั้ง)
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« เมื่อ: วันที่ 05 มิถุนายน 2011 เวลา 01:27 »

อีกหนึ่งบทความชิ้นเยี่ยม ที่ต้องปักหมุดไว้ตลอดไป 


กับเหตุผลที่ว่า "ทำไมเราต้องระมัดระวังการใช้เสียงล่อนก ในการดูนกและถ่ายภาพ"


... วันนี้ เราได้คำตอบแล้วค่ะ







 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612

จากเว็บ Lannabird.org ...

สวัสดีครับ



ขอเสนอความเห็นกับเค้าด้วย

เรื่องนี้ คงต้องทำความเข้าใจกันตั้งแต่ว่าทำไมเมื่อเราเปิดเทปเสียงนกนั้นๆ (play back) แล้ว นกถึงมีการตอบสนอง (ทั้งร้องโต้ตอบ หรือเข้ามาหา)

สำหรับนกแล้ว เพลง (song) หรือเสียงร้อง (call) คือหนึ่งในเครื่องมือหลักสำหรับการแสดงออกถึงอาณาเขตของตน

โดยเฉพาะนกที่มีการตั้งอาณาเขตทั้งชั่วคราวและถาวร ซึ่งอาณาเขตของนกนี้ เปรียบก็เหมือนรั้วบ้านของคนเรา ที่เราจำต้องมีเพื่อใช้กำหนดพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ

 

นกก็เช่นเดียวกัน อาณาเขตจะเป็นตัวประกันถึงความอยู่รอดของตัวและคู่ของมัน นกที่แข็งแรงสมบูรณ์ สามารถร้องได้ดัง ก็จะมีอาณาเขตที่ใหญ่

มีพื้นที่หาอาหารที่ใหญ่ ส่งผลถึงปริมาณอาหารที่มากตามไปด้วย เป็นหลักประกันถึงความอยู่รอดของลูกนกและคู่ ดังนั้นนกที่ตั้งอาณาเขตทั้งหลาย

ต่างต้องพยายามปกป้องอาณาเขตของตนแบบถวายหัวเพราะเป็นเครื่องชี้ชะตาในการดำรงชีวิตและการสืบพันธุ์



ทีนี้ เมื่อเราเปิดเทปในอาณาเขตที่นกได้ครอบครองอยู่แล้ว นกก็จะเข้าใจว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ของตนมันก็จะออกมาพยายามปกป้องอาณาเขตของมัน

ซึ่งการต่อสู้เพื่อปกป้องอาณาเขตของนกนี้ก็จะแตกต่างออกไปตามชนิด บางชนิดจะวัดกันที่ความดัง บางชนิดจะวัดกันที่ความซับซ้อนของเสียง

บางชนิดวัดกันที่ความอึด หรือหลายๆอย่างประกอบกัน



แต่เสียงจากนกตัวเล็กๆ หรือจะดังสู้เสียงจากเครื่องมือที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ประเด็นนี้ที่สำคัญครับ



เมื่อเราเปิดเทปนกก็จะตอบสนองโดยการเข้ามาร้องสู้ใกล้ๆ อันนี้ก็นับเป็นการรบกวนนกอย่างหนึ่ง เพราะทำให้นกเสียเวลาในการหากินไป

ถ้าเปิดกันถี่ๆ วันๆ นกก็ไม่ต้องทำอะไรนอกจากมาปกป้องอาณาเขต

แต่ถ้าเราเปิดติดต่อกันเป็นเวลานาน นกจะเข้าใจว่าศัตรูนี้เข้มแข็งเกินไปคงสู้ไม่ได้ นกก็จะย้ายออกจากอาณาเขตนั้น และพยายามหาพื้นที่ใหม่เพื่อตั้งอาณาเขต

ซึ่งเปิดนานเท่าไหร่นกถึงจะรู้สึกว่าแพ้ อันนี้ตอบไม่ได้ครับ แต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันไป



ดังนั้น การใช้เสียงเพื่อดึงดูดนกให้เข้ามาหา จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะหากเราใช้พร่ำเพรื่อ หรือใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานแล้ว

จะส่งผลกระทบถึงนกอย่างรุนแรง (นอกจากนี้การที่นกได้ยินเสียงจากตัวอื่นยังมีผลต่อระดับฮอร์โมนของนกด้วย)

(นี่ยังไม่รวมถึงฤดูการทำรังที่นกจะมีการปกป้องอาณาเขตเข้มข้นมากกว่าปรกติ และอาจส่งผลถึงกลุ่มประชากรทั้งหมดในพื้นที่ ไม่ใช่แค่นกตัวเดียว)



คงต้องถามว่าใคร??? จำเป็นที่จะต้องใช้เสียงล่อนกบ้าง


สำหรับนักดูนก

เสียงอาจจะจำเป็น "ในบางเวลา" เมื่อนกที่เราอยากจะเห็นไม่ใช่นกที่สามารถเห็นได้ด้วยการเดินหาง่ายๆ หรือมีเวลาน้อยในพื้นที่

ซึ่งก็ขึ้นกับกิเลสของแต่ละท่านไป แต่การใช้เสียงของนักดูนกโดยมากจะใช้ไม่เยอะ เพราะต้องการเพียงแค่ "เห็น" แค่เสี้ยววินาที

แค่นี้ก็พอที่จะนับได้ว่าเห็นแล้ว


สำหรับนักถ่ายภาพ

ก็คงต้องถามว่า ในการถ่ายภาพนกแต่ละชนิดคุณต้องการเวลาเท่าไหร่ถึงจะ "พอใจ" กับภาพของคุณ

ซึ่งแน่นอนว่าเวลาที่ต้องการนี้จะมากกว่าเวลาที่นักดูนกใช้แน่ๆ ผมว่านักถ่ายภาพต้องยอมรับในจุดนี้นะครับ

และต้องคำนึงว่า ทุกวันนี้นักถ่ายภาพนกบ้านเรามีมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ถ้ากลุ่มนักถ่ายภาพเค้าตาม "หมาย" มา

และทุกคนใช้เสียงเหมือนกันหมด อะไรจะเกิดขึ้น



และส่วนตัว ผมยอมรับว่าใช้เสียงและหนอนหลายครั้งเวลาที่เก็บข้อมูลงานวิจัย

เสียง จะใช้เมื่อเป็นการสำรวจความหลากหลายของพื้นที่ ที่มีระยะเวลาการทำงานน้อยหรือไม่ครบรอบปี

(ถ้าครบรอบปีก็ไม่จำเป็น เพราะยังไงนกก็ต้องร้องให้เราได้ยินบ้างซักครั้งอยู่แล้ว) หรือการสำรวจชนิดที่สำคัญโดยมุ่งประเด็นไปที่ชนิดนั้นๆ

อย่างไรก็ตาม ไม่เคยที่จะใช้เสียงนานๆ ครับ จะเปิดเพียงแค่ได้เห็นหรือแค่ร้องตอบก็เพียงพอที่จะยืนยันชนิด (ซึ่งโดยมากไม่เกิน30วินาที)


หนอน ใช้เมื่อจะจับนกครับ ก็ยังตะขิดตะขวงใจอยู่ สงสารหนอนอ่ะ แต่ปริมาณการใช้หนอนเพื่องานวิจัยจะน้อยมากๆ ครับ

เฉลี่ยวันนึงไม่น่าจะเกิน 10 ตัว (สำหรับนกทุกตัวที่ได้นะครับไม่ใช่นกตัวเดียว)



แต่ถ้าเห็นการไปเที่ยวดูนก ผมหลีกเลี่ยงที่จะไม่ใช้เสียงหรือหนอน อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ผมรู้สึกว่ามันไม่ fair กับนก

และก็ไม่ภูมิใจเท่าไหร่เวลาที่เห็น บางทีความพยายามและการให้ความยุติธรรมกับนกทำให้การดูนกของผมมีความสุขมากขึ้น

(แม้จะเป็นความสุขปนทรมานก็ตาม) และนกทุกตัวที่ได้เห็นก็ได้ให้คุณค่าทางจิตใจกับผมมากขึ้นเป็นทวีคูน

(แหม พูดถึงเรื่องนี้ยังนึกถึงภาพแต้วแร้วแดงมลายูอยู่เลย^-^)




การดู/ถ่ายภาพนกเป็นการสนองกิเลสของตนครับ นกไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับเราเลย

ก็คงอยู่ที่ตัวเราแล้วว่า เราจะจัดการกับกิเลสของตัวอย่างไร

และเป็นห่วงเพื่อนร่วมโลกที่มอบความสุขให้กับเราแค่ไหน

 b_bigeye



* home_head3.jpg (51.65 KB, 646x120 - ดู 1594 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 05 มิถุนายน 2011 เวลา 01:35 »

เก่งจริง มะเดี่ยว เดอะสตาร์ 
บันทึกการเข้า
นกสุโขทัย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 05 มิถุนายน 2011 เวลา 06:14 »

เป็นคำตอบที่เบ็ดเสร็จจริง ๆ ตามไปอ่านมาแล้ว...  b_verylove ......
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 05 มิถุนายน 2011 เวลา 11:53 »


เขียนดีมากๆ เลย ชอบสองท่ิอนสุดท้ายมากๆ 
บันทึกการเข้า
jucgroo
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 880



« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 05 มิถุนายน 2011 เวลา 19:16 »

อ่านมาหลายวันแล้วครับ จริงๆ อยากจะแสดงความเห็นด้วย a_1133770385 แต่ตัวเองก็ถนัดแนวเสียดสี undecided เดี๋ยวจะบานตะเกียงกันใหญ่ มะเดี่ยวแสดงความเห็นได้เยี่ยมครับ 11872789940
บันทึกการเข้า
BlueHill
VIP
กะเต็นแดง
***
กระทู้: 472


www.oknation.net/blog/charlee


« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 09:14 »

เป็นประโยชน์มากครับ
อยากให้ช่วยเผยแพร่กันเยอะ ๆ ในทุกๆ ช่องทางครับ
บันทึกการเข้า
smith
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 829


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 10:38 »

 11804416990 เจ๋งมาก...เป็นคำตอบที่มีเหตุผลชัดเจน ขอทำลิงค์ไปเสริมจากที่ผมเขียนไว้ด้วยนะ
บันทึกการเข้า
บี้จี้
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 3067



« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 16:15 »

น้องมะเดี่ยวเจ๋งอ่ะ    ...แล้วโอ๋ยังชอบประโยคนี้ของมะเดี่ยวที่เขียนใน FB มากๆอ่ะ....

‎“(มันติดอยู่ในหัว ๒)
อย่ามาพูดกับผม ว่าดู Pitta ต้องทำยังไง
ผมรู้ และขอเลือกที่จะไม่ทำ
ไม่ใช่เพราะสูงส่ง
แค่อยากจะภูมิใจและfairกับนกทุกตัวที่เห็นบ้าง
แล้วคุณหละ เคยภูมิใจกับภาพถ่ายของตัวเองหรือยัง
”

 
บันทึกการเข้า
kokkak
VIP
กะเต็นแดง
***
กระทู้: 426


อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 17:26 »

ทั้งหมดที่น้องพูดและ..3 บรรทัดสุดท้ายตอนสรุป..ขอบคุณน้องมะเดี๋ยวครับ..ผมมีอะไรไปพูดกะเพื่อนได้บ้างและ..
บันทึกการเข้า
mr.december
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 1947



อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 18:03 »

ชอบมากนะครับมะเดียว บอกแล้วบอกซ้ำอีกก็ได้ 
บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #10 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 18:59 »

มะเดี่ยว ไทยแลนด์ก็อตทาเล้นท์ 


we are so proud of you 
บันทึกการเข้า
myanmar
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 1400


อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 20:44 »

มะเดี่ยว เยี่ยมมากๆ we are so proud of you 

ตามไปอ่านต้นฉบับมาแล้ว

http://www.lannabird.org/nuke/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=2184

ก็ยังมีเบี่ยงประเด็น เรื่องนักดูนก กับนักถ่ายภาพนกอีกเฮ้อ b_gotcha อยากบอกว่าเรื่องการจุดประกายความแตกแยกและพยายามเบี่ยงประเด็น คำว่า"นักดูนก" กับ"นักถ่ายภาพนก" เนี่ยสองคำนี่ มุขเก่าโคตรๆ ได้ยินมาตั้งแต่พระเจ้าเหาที่ 30 แล้ว
ยุคนี้เด็กไทยไปใกล้อวกาศแล้วหล่ะ เลิกเหอะ ประเด็นนี้ !!!  a_1133770368
ทุกวันนี้คุยกันถึงเรื่องการดูนก/ถ่ายนกอย่างไรให้รบกวนนกน้อยที่สุด อย่าชักใบให้เรือเสียเลยจ้ะ  a_1133770386

อ่านๆ ไปก็ขำนะ จะไปเอาอะไรกับตำแหน่งหัวโขนที่แต่งตั้งกันขึ้นมาเองหล่ะ ในเมื่อ ช่างภาพ / นักถ่ายภาพ / นักถ่ายภาพนก / นักถ่ายภาพสัตว์ป่า นัก... ฯลฯ  เอามารูปนกแปะโชว์กันบนเวปนี่ มีใครได้ตังค์จากรูปที่ถ่ายซักบาทมั๊ย?
นอกจากสนองกิเลสของตัวเอง นักถ่ายภาพสัตว์ป่าบางคน ถ่ายสัตว์ป่าได้ซักตัวเปล่าไม่รู้ ก็เรียกตัวเองว่าเป็นนักถ่ายภาพสัตว์ป่าซะแล้ว

อยากเล่าเรื่องให้ฟัง.....อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนกเท่าไหร่ 11816518640
ระหว่างการสัมภาษณ์เรื่อง ข้อพิพาทเขาพระวิหาร
นักข่าว...ท่านนายกรับทราบปัญาหาเรื่องเขาพระวิหารหรือยัง ที่ฮุนเซ็นจะเอาไปฟ้องศาลโลก?
นายกรัฐมนตรี...ตอบ บลาๆๆๆๆๆ
ไอ้ห้อยไอ้โหน...คุณนักข่าวครับ คุณเรียกตำแหน่งสมเด็จฮุนเซน ไม่ถูกต้องนะครับ
ชื่อเต็มของท่านคือ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน 
บันทึกการเข้า
บี้จี้
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 3067



« ตอบ #12 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 22:33 »

เดี่ยวเขียนได้ดีมากๆ ชอบจริงๆ ครับ  b_verylove ...

เนื้อหามีหลักการมีที่มาที่ไป และมันก็มีเหตุผลในตัวด้วย แบบนี้ให้ความรู้สึกกลางๆ ที่ใครก็อ่านได้เข้าใจได้ ชอบมากๆ ครับ 11804416990
บันทึกการเข้า
SAME35
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 4


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 23:17 »

ผมยังใหม่อยู่มากกับการดูนกและถ่ายภาพนก
อาศัยการเรียนรู้จากครูหลาย ๆ ท่าน
กระทู้นี้..เป็นอีกกระทู้หนึ่งที่ทำให้ผมได้รู้อะไรที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน


ขอบคุณมาก  ๆ ครับ
บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #14 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 23:28 »

งั้นขอรวบตึง ยกของพี่เตมาไว้ที่นี่เพื่อไม่ให้ใครเลยดุลย์นะคะ 


 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612


จาก http://www.facebook.com/notes/smith-sutibut/เสียงนกและหนอนล่อ/1751184422124




เสียงนกและหนอนล่อ

by Smith Sutibut



ในยุคที่การดูนกและถ่ายภาพนกได้รับความนิยม ทุกคนหวังที่จะ “เก็บ” นกที่อยากเจอ เดินทางเข้าไปในพื้นที่เป้าหมาย และพยายามทุกวิถีทางที่จะได้เห็นตัวนกที่ใฝ่ฝัน
 
นอกจากอุปกรณ์คู่กายสำหรับการดูนกและถ่ายภาพแล้ว นักดูนกและนักถ่ายภาพนกยุคนี้หลายคนยังพกพา “เสียงนก” และ “หนอนนก” เป็นอุปกรณ์เสริม
 
สมัยก่อนการบันทึกเสียงนกเป็นเรื่องยุ่งยาก เครื่องบันทึกและเปิดเสียงนกถือเป็นภาระ พะรุงพะรังเหมือนพวกบ้าหอบฟาง คนที่สนใจเสียงนกจึงมักเป็นนักดูนกที่จริงจังระดับเข้าเส้น และไม่ใช่เรื่องที่จะเรียนรู้กันง่ายๆ ต้องอาศัยทักษะการฟังและการสังเกตพฤติกรรมอย่างเอาจริงเอาจัง แต่ในยุคเทคโนโลยีครองโลก ใครๆ ก็หาเสียงนกมาบรรจุไว้ใน MP3 หรือโทรศัพท์มือถือได้อย่างสบาย ด้วยคิดว่านี่เป็นหนทางลัดช่วยให้นกออกมาปรากฏตัว
 
การเรียนรู้เสียงนกมีประโยชน์ทั้งกับการดูนกและสำรวจนก เพราะนกส่วนใหญ่สื่อสารด้วยเสียง (และเราก็มักได้ยินเสียงมากกว่าเห็นตัว) แต่ละชนิดมีเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์ การใช้เสียงล่อนก (โดยเฉพาะนกที่ชอบอยู่ในที่รก) บางครั้งจึงมีความจำเป็นเพื่อยืนยันข้อมูลในทางวิชาการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การใช้เสียงล่อจะใช้ได้เฉพาะนักวิจัยเท่านั้น ผู้มีประสบการณ์และเข้าใจพฤติกรรมนกจะรู้ดีว่า เมื่อไหร่ “ควรใช้” และเมื่อไหร่ “ไม่ควรใช้”
 
นกจะมีปฏิกิริยากับเสียงที่ได้ยิน มันแยกไม่ออกหรอกว่านั่นคือเสียงนกจริงๆ หรือเสียงที่บันทึกเอาไว้ โดยเฉพาะช่วงจับคู่ฤดูผสมพันธุ์ หากเป็นเสียงนกเพศตรงข้ามก็จะได้ตามไปจีบ แต่ถ้าเป็นเสียงของเพศเดียวกัน เสียงนั้นจะเหมือนกับการท้าทาย ยิ่งนกเพศผู้ (ซึ่งนักดูนกส่วนใหญ่หมายปองมากกว่าเพศเมีย) คงประมาณว่า “แถวนี้ใครใหญ่ว่ะ? กูลูก...นะโว้ย”
 


การใช้เสียงเพื่อ “ดึงดูดใจ” หรือ “ท้าทาย” เป็นเรื่องค่อนข้างอ่อนไหว จึงต้องมีการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและอยู่ภายใต้ดุลพินิจอันควร รู้จักคำว่า “พอเพียง” มิใช่ “พร่ำเพรื่อ”
 

สำหรับหนอนนกถูกเพาะมาใช้เลี้ยงนก หาซื้อได้ไม่ยาก บางคนนำมาวางให้นกแถวบ้าน นกเหล่านี้มีชีวิตคุ้นเคยกับคนอยู่แล้ว ถือเสียว่าเป็นการเอื้อเฟื้อแก่เพื่อนบ้านตัวน้อย ซึ่งผิดกับนกป่า
 
หลายคนนำมาใช้หลอกล่อพวกนกเห็นแก่กินให้ออกมาเชยชม นกหลายตัวติดหนอนงอมแงม พอเห็นคนก็หรี่เข้ามา เพราะหวังว่าจะมีอาหารให้กิน โดยหารู้ไม่ว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปและอาการไม่กลัวคน อาจทำให้การมีชีวิตในธรรมชาติของมันสั้นลง



 
การใช้เสียงนกและหนอนล่อไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรรู้จัก “กาลเทศะ”
 
หากคุณดูนกเพียงเพื่อเก็บสถิติการ “เห็นนก” หรือต้องการ “ล่าภาพนก” กรุณาลบข้อความข้างต้นออกจากหน่วยความจำของสมองไปได้เลย แต่ถ้าคิดว่านกเป็นสัตว์โลกที่งดงามทั้งด้านกายภาพและชีวภาพ มีสิทธิดำรงชีวิตตามครรลองครองธรรม (ชาติ) เส้นแบ่งของความพอเหมาะพอดีคือแค่ไหน...
 


คำตอบมีอยู่แล้วในใจคุณ



 b_bigeye

บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #15 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 23:37 »

และยังมีความเห็นที่โดนใจอีกหลายอัน ก็ต้องยกมาให้อ่านด้วยซักหน่อย  a_1133770385



Baramee Temboonkiat ผมว่า"ต้นแบบ" ที่ถูกต้องมันมีน้อยครับเมื่อเทียบกับนักถ่ายหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน บางครั้งเข้ามาเห็นรุ่นพี่ๆทำก็เลยทำตาม จริงๆเมื่อก่อน "เสียง"ใช้ช่วยนักดูนกจำแนกชนิดได้ดีขึ้น แต่ถ้านำมาใช้"ล่อ"นี่นกจะเปลี่ยนพฤติกรรมในธรรมชาติ ส่วน "หนอน"นี่ทำให้หลายๆครั้งได้ภาพที่ผิดธรรมชาติของนก เช่นนกที่หากินตามเรือนยอดลงมากระโดดกินหนอนตามพื้น ภาพพวกนี้คนที่สนใจพฤติกรรมนกได้เห็นก็สามารถรู้ได้ว่าถูกจัดฉาก การถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์และถ่ายทอดความเป็นจริง จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายช่างภาพคนนั้นว่า มีความพยายามพอหรือเปล่า ต่อสู้กับตัวเองได้หรือเปล่า ส่วนพวกที่ใช้เสียงและหนอนล่อ อาจได้ภาพสวยงามแต่ก็ได้สร้างพฤติกรรมที่ไม่ดีให้กับนกและนักถ่ายคนอื่นๆ ช่วยกันครับ เรื่องแบบนี้ต้องช่วยกัน


Baramee Temboonkiat การใช้ทั้งเสียงและหนอน เป็นการสนองตอบต่อกิเลสของตนเองที่อยากได้ภาพ ถ้าเอาชนะกิเลสตนเองได้ ก็จะช่วยยกระดับจิตใจของเจ้าตัวขึ้น การใช้เสียงไม่มีผลดีกับนกแน่นอน และการใช้หนอนยังเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของนกโดยตรง ยังมีวิธีถ่ายภาพที่สนุกท้าทายมากกว่า เช่นถ่ายนกที่แหล่งอาหารธรรมชาติ แหล่งน้ำ ซึ่งก้ทำให้เราได้ข้อมูลทางธรรมชาติวิทยาที่ถูกต้องของพวกมันอีกด้วย


Baramee Temboonkiat ชีวิตของการเป็นนักถ่ายภาพนกอยู่ที่เราชื่นชมและเก็บพฤติกรรมจริง ศึกษาข้อมูลนก หากการถ่ายนั้นเพื่อเก็บเป็นเร็กคอร์ดไล่ล่าภาพจนไม่สนใจนก แต่ได้ภาพมา ยิ่งเร็คคอร์ดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรบกวนนกเท่านั้น ....ชีวิตที่ต้องแข่งขันและวิ่งตามเพื่อเอาชนะ ทั้งจากใจตนและจากคนอื่น นั้นมันเหนื่อย ค่อยๆถ่ายไปถ้าเราเดินบนเส้นทางนี้ก็คงมีสักวันที่ช็อทเด็ดๆนั้นผ่านเข้ามาเอง


Like เท่าไหร่ก็ไม่พอ     



บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #16 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 23:45 »

ถึงจะหลุดประเด็นหนอนและเสียง ก็อย่าว่ากันนะคะ 

ขอยกของพี่เต เรื่องหน้ารัง มาแนบไว้อีกนิด เพราะมันเกี่ยวข้องกันในเรื่องของการจัดการกิเลสของเรา กับความปลอดภัยของนก  a_1133770385
 


kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612 kapook-16860-4612


นำมาจาก   http://www.facebook.com/notes/smith-sutibut/ถ่ายภาพนกที่รัง/1751181862060




ถ่ายภาพนกที่รัง

by Smith Sutibut




ในยุคที่เทคโนโลยีเบ่งบาน การถ่ายภาพไม่ได้เป็นเรื่องยุ่งยากและต้องใช้ทักษะมากมายอย่างเมื่อก่อน กล้องถ่ายภาพในปัจจุบันราคาถูกลง แต่มีประสิทธิภาพสูงอย่างน่าตกใจ เลนส์ยาวๆ หาซื้อไม่ยาก ใครๆ จึงหันมาถ่ายภาพนกกันมากขึ้น
 
วิธีการหนึ่งที่นักถ่ายภาพนกส่วนใหญ่เลือกใช้ก็คือ “การถ่ายภาพนกที่รัง” เพราะมีโอกาสได้ภาพนกค่อนข้างแน่นอน ดังนั้นเมื่อมีการพบรังนก (โดยเฉพาะนกแพงๆ หาดูยาก) และข่าวแพร่กระจายออกไป จึงเหมือนมีแรงดึงดูดชักนำนักถ่ายภาพมากหน้าหลายตาให้มาชุมนุมกัน
 
เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเพียงเข้าไปในอาณาเขตใกล้รัง แม้จะระมัดระวังเพียงใด ก็ถือเป็นการรบกวนนกแล้ว การใช้บังไพรจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก อย่างน้อยก็พอจะช่วยลดความหวาดระแวงลงไปได้บ้าง แต่ถึงอย่างไร บังไพรก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จของการถ่ายภาพนก หากคนที่อยู่ข้างในปฏิบัติตนไม่ดีพอให้นกไว้ใจ ขณะเดียวกัน การมี “ชุมชนแออัด” หน้า “หมาย” ก็เป็นภาพไม่น่าดูนัก ทั้งสำหรับ “คนดูนก” และ “คนที่ไม่ดูนก”
 


การที่นกถูกรบกวนอย่างต่อเนื่อง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นกทิ้งรัง นกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ (มีวงเล็บต่อท้ายว่า มหาชน) มีแขกแปลกหน้ามากดกริ่งหน้าบ้านไม่ว่างเว้น จึงสุ่มเสี่ยงต่อสวัสดิภาพและส่งผลต่อพฤติกรรมความเป็นอยู่ เพราะช่วงทำรังวางไข่ถือว่าเป็นระยะอ่อนไหวเปราะบางที่สุดในวงจรชีวิตนก ชี้เป็นชี้ตายต่ออนาคตของลูกนก การถ่ายภาพนกที่รังจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ระยะห่างและการกระทำหน้ารังยังถูกกำหนดด้วยเส้นจิตสำนึกอันเบาบาง บางคนเห็น บางคนไม่เห็น นักถ่ายภาพที่ขาดความรู้ความเข้าใจธรรมชาติของนก จึงอาจ “ทำอะไรบางอย่าง” ซึ่งเป็นการคุกคามทำลายนกอย่างไม่น่าให้อภัย
 
เขียนมาถึงบรรทัดนี้ไม่ได้คัดค้านการถ่ายภาพนกที่รัง แต่อยากให้การถ่ายภาพนกเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ ไม่แก่งแย่งแข่งขันหรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ภาพออกมาสวยสดงดงาม แต่เบื้องหลังคือโศกนาฏกรรมของเพื่อนร่วมโลก อันนี้ก็ไม่ไหว
 
อันที่จริง นักถ่ายภาพนกเป็นผู้ที่มีโอกาสสังเกตพฤติกรรมหน้ารัง แต่เอาเข้าจริงแล้ว ข้อมูลหลายๆ อย่างกลับไม่ถูกบันทึกหรือรายงานในเชิงวิทยาศาสตร์ ทำให้การศึกษาทางปักษีวิทยาของเรายังขาดแคลนองค์ความรู้
 


การถ่ายภาพนกเป็นทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์ คงเป็นเรื่องดีถ้าศาสตร์ทั้งสองจะมาพบกันตรงจุดที่ลงตัว อย่างไรก็ตาม พึงระลึกไว้เสมอว่า
 
“ความสุขของนกต้องมาก่อน”

บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #17 เมื่อ: วันที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 23:50 »

พร้อมความเห็นโดนใจอย่างแรง  b_bigeye


Smith Sutibut มนูษย์เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว และดูถูกเพื่อนร่วมโลกสายพันธุ์อื่นๆ นกก็เป็นหนึ่งชีวิตที่มีคุณค่าเฉกเช่นกับมนุษย์ ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือเอาใจเราไปใส่ใจเขาบ้าง เราเองยังไม่ชอบให้มีฝูงชนคนแปลกหน้ามาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้าน นกก็ไม่ชอบหรอก แต่มันไม่มีทางเลือก

 พอถึงเทศกาลรังควาญนก ก็จะมีเหตุการณ์ซ้ำซากเกินขึ้นทุกปี ทั้งจากมือใหม่ไร้เดียงสาจนถึงพวกมือเก่ากะโหลกกะลา คนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็มาก พวกรู้ดี...แต่จะทำเสียอย่างก็มี ต้องช่วยกันบอกล่าวถึงสิ่งที่เหมาะที่ควรให้รับรู้ ใครมีดวงตาเห็นธรรมก็เหมือนบัวที่พ้นน้ำ ส่วนใครที่ใจยังเขรอะกิเลส เห็นแก่ตัว เบียดเบียนสัตว์ที่ไม่มีหนทางสู้ สังคมจะลงโทษเอง ผมเชื่อว่าบาปกรรมมีจริงครับ


มีเงิน หาซื้อกล้องแพงๆ เลนส์เทพๆ รถหรูๆ พร้อมค่าน้ำมัน ออกไปไล่ล่าภาพนกได้ตามใจอยาก แต่ "จิตสำนึก" นี่ซื้อหากันไม่ได้จริงๆ


นักถ่ายภาพนกที่ดีๆ น่าชื่นชมก็มีมาก ที่กากๆ ก็เยอะ อุปกรณ์เลิศหรูเพียงใด ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นคนรักนกหรอก ต้องวัดกันที่การกระทำ การออกเดินทางตามหานกสักตัวนึง อุดอู้อยู่ในบังไพรเป็นวันๆ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนได้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับนก นั่นเป็นเพียงความมุ่งมั่นที่อยากจะได้เห็น ได้ถ่ายภาพนกตัวนั้น...แค่นั้นเอง
บันทึกการเข้า
บี้จี้
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 3067



« ตอบ #18 เมื่อ: วันที่ 07 มิถุนายน 2011 เวลา 00:08 »

 
บันทึกการเข้า
mr.december
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 1947



อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: วันที่ 07 มิถุนายน 2011 เวลา 07:03 »

และยังมีความเห็นที่โดนใจอีกหลายอัน ก็ต้องยกมาให้อ่านด้วยซักหน่อย  a_1133770385



Baramee Temboonkiat ผมว่า"ต้นแบบ" ที่ถูกต้องมันมีน้อยครับเมื่อเทียบกับนักถ่ายหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน บางครั้งเข้ามาเห็นรุ่นพี่ๆทำก็เลยทำตาม จริงๆเมื่อก่อน "เสียง"ใช้ช่วยนักดูนกจำแนกชนิดได้ดีขึ้น แต่ถ้านำมาใช้"ล่อ"นี่นกจะเปลี่ยนพฤติกรรมในธรรมชาติ ส่วน "หนอน"นี่ทำให้หลายๆครั้งได้ภาพที่ผิดธรรมชาติของนก เช่นนกที่หากินตามเรือนยอดลงมากระโดดกินหนอนตามพื้น ภาพพวกนี้คนที่สนใจพฤติกรรมนกได้เห็นก็สามารถรู้ได้ว่าถูกจัดฉาก การถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์และถ่ายทอดความเป็นจริง จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายช่างภาพคนนั้นว่า มีความพยายามพอหรือเปล่า ต่อสู้กับตัวเองได้หรือเปล่า ส่วนพวกที่ใช้เสียงและหนอนล่อ อาจได้ภาพสวยงามแต่ก็ได้สร้างพฤติกรรมที่ไม่ดีให้กับนกและนักถ่ายคนอื่นๆ ช่วยกันครับ เรื่องแบบนี้ต้องช่วยกัน


Baramee Temboonkiat การใช้ทั้งเสียงและหนอน เป็นการสนองตอบต่อกิเลสของตนเองที่อยากได้ภาพ ถ้าเอาชนะกิเลสตนเองได้ ก็จะช่วยยกระดับจิตใจของเจ้าตัวขึ้น การใช้เสียงไม่มีผลดีกับนกแน่นอน และการใช้หนอนยังเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของนกโดยตรง ยังมีวิธีถ่ายภาพที่สนุกท้าทายมากกว่า เช่นถ่ายนกที่แหล่งอาหารธรรมชาติ แหล่งน้ำ ซึ่งก้ทำให้เราได้ข้อมูลทางธรรมชาติวิทยาที่ถูกต้องของพวกมันอีกด้วย


Baramee Temboonkiat ชีวิตของการเป็นนักถ่ายภาพนกอยู่ที่เราชื่นชมและเก็บพฤติกรรมจริง ศึกษาข้อมูลนก หากการถ่ายนั้นเพื่อเก็บเป็นเร็กคอร์ดไล่ล่าภาพจนไม่สนใจนก แต่ได้ภาพมา ยิ่งเร็คคอร์ดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรบกวนนกเท่านั้น ....ชีวิตที่ต้องแข่งขันและวิ่งตามเพื่อเอาชนะ ทั้งจากใจตนและจากคนอื่น นั้นมันเหนื่อย ค่อยๆถ่ายไปถ้าเราเดินบนเส้นทางนี้ก็คงมีสักวันที่ช็อทเด็ดๆนั้นผ่านเข้ามาเอง


Like เท่าไหร่ก็ไม่พอ     





เยี่ยมมากเลยครับ ตรงใจเป็นที่สุด  b_bigeye ผมชอบตรงที่ไม่ได้เป็นข้อความตำหนิคนที่ทำ และเข้าใจดีว่าคนถ่ายนกทุกคนคงเคยผ่านความรู้สึก"อยาก"เหมือน ๆ กันมาทั้งหมดนี่แหละ เพียงแต่ว่าถ้าคิดสักนิด ถึงใจเราใจนกด้วย เราจะทำให้โลกมันน่าอยู่ขึ้นครับ

ผมเองก็เริ่มดูนกถ่ายรูปนกมาไม่นาน เริ่มจับกล้องถ่ายรูปก่อนไบนอคเสียอีก ชอบถ่ายรูปนกก็จริง แต่ก็ชอบเวลาที่รอคอยนกมองหานก ใจตั้งสมาธิแล้วผ่อนตัวเองลงให้กลืนไปกับรอบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นในป่าหรือสวนรอบบ้าน คอยฟังเสียงนก มองหากิ่งไม้ไหว ชอบความรู้สึกผ่อนคลายตรงนี้มากครับ แล้วพอนกโผล่ขึ้นมา มันดีใจอย่าบอกใครเลย เหมือนเป็นรางวัลให้ชีวิต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 07 มิถุนายน 2011 เวลา 19:52 โดย mr.december » บันทึกการเข้า
ป้าพักจัง
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 843



เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: วันที่ 07 มิถุนายน 2011 เวลา 09:29 »

เยี่ยมที่สุดเลย 

ใช่แล้วกด Like เท่าไหร่ก็ไม่พอ b_verylove
บันทึกการเข้า
jucgroo
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 880



« ตอบ #21 เมื่อ: วันที่ 07 มิถุนายน 2011 เวลา 12:41 »

ชอบอันนี้ครับ  "นกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์" พี่ฉัน  เปรียบเปรยได้เยี่ยม kapook-17393-4240

อันนี้ส่วนตัวก็วชอบครับ   "การใช้ทั้งเสียงและหนอน เป็นการสนองตอบต่อกิเลสของตนเองที่อยากได้ภาพ ถ้าเอาชนะกิเลสตนเองได้ ก็จะช่วยยกระดับจิตใจของเจ้าตัวขึ้น " b_verylove
บันทึกการเข้า
tor
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 1063



เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: วันที่ 07 มิถุนายน 2011 เวลา 13:42 »

  อย่างแรง
บันทึกการเข้า
wombat
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 1385



อีเมล์
« ตอบ #23 เมื่อ: วันที่ 07 มิถุนายน 2011 เวลา 14:26 »

มีประโยชน์ต่อ "นก" และนักดูนก/ถ่ายภาพนก มือใหม่มือเก่ามากครับ 
บันทึกการเข้า
หมักดอง
VIP
กะเต็นน้อยธรรมดา
***
กระทู้: 69



อีเมล์
« ตอบ #24 เมื่อ: วันที่ 07 มิถุนายน 2011 เวลา 18:27 »

อ๋อย เขิล.....


@ พี่บีจี้ครับ
อันนั้นต้องเท้าความนอกเรื่องหน่อยนะครับ ตอนนั้นผมไปตามหา black & crimson กะ blue banded pitta ที่ borneo

เรียกว่าลุยแหลกทั้งวัน เดินตั้งแต่ฟ้าสางจนฟ้ามืด นั่งซุ่มกลางดงทาก พยายามทุกทางด้วยความที่อยากเห็นเจ้าpitta endemic มากๆ

มีวันนึงผมเดินป้อแป้ออกมาจากดงป่าในสภาพโทรมสุดขีด เจอนักถ่ายภาพทักว่าไปดูอะไรมา พอรู้ว่าผมไปตามpittaเท่านั้นแหละแกก็ว่า

"เดินหา pitta ตัวเปล่าจะไปเจอไง ทำไมไม่หาของไปด้วย"    11867538610   รู้สึกเหมือนความพยายามเราโดนหยามสุดๆ

บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #25 เมื่อ: วันที่ 07 มิถุนายน 2011 เวลา 22:41 »

คงนึกว่าตัวเองบรรลุแล้วละมั้ง และคงหวังดีกับมะเดี่ยว  b_gotcha  ไปเดินให้เหนื่อยทามม๊าย  a_1775465297


คนเข้าวงการดูนก สำคัญทีเดียว ว่าเริ่มต้นเดินเข้ามาประตูบานไหน


สมัยก่อน มีไม่กี่ประตู


โอ๋เข้ามาทางประตูบ้านอาจารย์บัณฑิต สอนวาดรูป สอนให้ซาบซึ้งธรรมชาติ นก หนู แมลง ดอกไม้ ดวงดาว เห็ดรา
โอ๋คงมีบุญละมั้ง ^^ ได้เจอพี่อิ๊ก น้าชอ พี่หม่อง .. สอนให้เดินทางเส้นรักธรรมชาติ ทะนุถนอมธรรมชาติ


สมัยนี้ มีประตู หน้าต่าง อุโมงค์ หลายบานนัก

บางคนโชคร้าย เข้าวงการมาทางประตูมืด มุดเข้ามาปั๊บ โดนคนจับไบล์ดครอบหัว เงยหน้าขึ้นไปเห็นหลังคาไบล์ด คิดว่าเป็นโลกดูนกทั้งใบ

มองซ้าย ก็เห็นคนก็ให้หนอน มองขวา คนก็เปิดเทปล่อ มองข้างหน้า ก็เห็นรังนก

ถ้าไม่มีใครสอนให้รับรู้ว่าโลกดูนกที่แท้จริงมันกว้างใหญ่ สวยงาม มหัศจจรย์แค่ไหน .. ก็น่าเห็นใจเค้าเหมือนกันนะคะ



โอกาสอย่างพี่เต น้องมะเดี่ยว น้ากั๊ก หยิบยื่นให้  ถ้าคนเหล่านี้เปิดใจรับ จะเห็นว่า การเข้าใกล้นกและธรรมชาติ มีวิธีอื่นๆ อีก ที่ให้ความสุขกับเรา และไม่ทำร้ายนก

 

คำตอบสุดท้ายไม่ใช่มีแค่นั่งไบล์ด ถ่ายรูปนกทำรัง ขอน หนอน เสียง ที่ใช้เอาเปรียบนก ดึงนกเข้าใกล้ เอาลูกนกเป็นตัวประกัน สร้างความเครียด ความทุกข์ให้นก

กิจกรรมนี้ไม่ต้องแก่งแย่งแข่งขันกันก็ได้ จะเอารูปใหญ่รูปโต ไม่ต้องหวังผลเลิศตลอดเวลา รู้จักผิดหวังบ้าง สมหวังบ้าง

ใช้ความอดทนบ้าง ใช้เวลาเรียนรู้นกบ้าง ให้โชคช่วยเราบ้าง ให้โชคช่วยเพื่อนเราบ้าง ;P  ใช้ความมานะพยายามบ้าง

แล้วก็จะรู้ว่า ผลตอบแทน มันอิ่มเอม เลิศรส วิเศษแสน กว่ามาม่าต้มยำมากนัก  a_Drooling




ส่วนคนที่รู้ดีรู้ชั่ว ร้ถูกรู้ผิด แต่ยังคิดจะเดิน และชวนคนเดินลงทางมืด

สัมนาก็มีไปแล้ว กระทู้เค้าก็ปักหมุดให้ อ่านก็อ่านแล้ว ก็เลือกจะไม่เคารพกติกาสังคม

ฝ่าฝืนกฎเจ้าหน้าที่ สร้างความเสื่อมถอยให้วงการ

คนพวกนี้มีไม่น้อย แอบตัดเชือกกั้นรัง เผลอเป็นมุดเชือก เผลอเป็นตัด บางกลุ่มทนไม่ไหวต้องไปร้องเรียนเจ้าหน้าที่
สร้างภาระหนักหนา ให้เจ้าหน้าที่ต้องคอยขับมอร์เตอร์ไซค์ไล่จับผิด
สะท้อนจิตใจที่เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ไม่เคารพตัวเอง ไม่เคารพผู้อื่น
คนแบบนี้อย่าหวังว่าจะเห็นอกเห็นใจนก


ขอสาปส่งที่สุด



http://www.oknation.net/blog/charlee/2011/06/07/entry-2

ไม่อยากได้ยินเลยประโยคนี้ "เทศกาลรังควานนก" !





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 08 มิถุนายน 2011 เวลา 09:23 โดย ป้าโอ๋ » บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #26 เมื่อ: วันที่ 09 มิถุนายน 2011 เวลา 10:06 »

ป้าเมียนคนสวยใจงามไปเปิดกระทู้ที่พันทิพแล้วค่ะ

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E10660839/E10660839.html#7


ใครมีล็อคอินพันทิพ เข้าไปช่วยกันเม้นท์ ให้กิฟท์ โหวต ด้วยนะคะ 
บันทึกการเข้า
ป้าพักจัง
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 843



เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: วันที่ 10 มิถุนายน 2011 เวลา 21:35 »

ก็จะไม่ให้รังเกียจคนใช้หนอน ตกแต่งสถานที่ยังกะสตูดิโอ ตัดกิ่งไม้ให้โล่งเพื่อถ่ายภาพนกได้ยังไง เห็นแล้วอดสูใจ คนเราทำกันได้ขนาดนี้เลยเหรอเพียงเพราะต้องการภาพนก เห็นถ่ายแล้วถ่ายอีกอยู่นั่นแล้วไม่รู้จักพอ noway

เคยเห็นกะตาที่กรุงชิง วันแรกตรงสนามบาสมีนกเขียวปากงุ้มทำรังอยู่ไกล้ๆ เห็นกลุ่มนักถ่ายรูปถ่ายกันไป เราก็ไม่คิดอะไรเพราะเห็นเค้าถ่ายตอนนกเกาะที่กิ่งก่อนโล่งก่อนเข้ารัง ก็เฉยๆ แต่พอวันรุ่งขึ้นตอนเช้าพวกเราไม่ได้ขึ้นไปที่สนามบาส  ขึ้นไปตอนบ่ายเห็นรังที่มีกิ่งไม้บังกันภัยวันนี้โล่งซะจนเห็นรังชัดเจน ร่องรอยการตัดแต่งยัมีให้เห็นอยู่เลย แต่เราก็ไม่เห็นคนทำได้แต่จี๊ดดดๆ  นึกสาปส่งพวกนี้ไปเลย b_scare

เมื่อไหร่เขาจะมีสำนึกรักนกซะทีนะ รักจริงๆนะ ไม่ใช่รักแค่อยากได้รูป 1775465295
บันทึกการเข้า
myanmar
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 1400


อีเมล์
« ตอบ #28 เมื่อ: วันที่ 10 มิถุนายน 2011 เวลา 21:39 »

ก็จะไม่ให้รังเกียจคนใช้หนอน ตกแต่งสถานที่ยังกะสตูดิโอ ตัดกิ่งไม้ให้โล่งเพื่อถ่ายภาพนกได้ยังไง เห็นแล้วอดสูใจ คนเราทำกันได้ขนาดนี้เลยเหรอเพียงเพราะต้องการภาพนก เห็นถ่ายแล้วถ่ายอีกอยู่นั่นแล้วไม่รู้จักพอ noway

เคยเห็นกะตาที่กรุงชิง วันแรกตรงสนามบาสมีนกเขียวปากงุ้มทำรังอยู่ไกล้ๆ เห็นกลุ่มนักถ่ายรูปถ่ายกันไป เราก็ไม่คิดอะไรเพราะเห็นเค้าถ่ายตอนนกเกาะที่กิ่งก่อนโล่งก่อนเข้ารัง ก็เฉยๆ แต่พอวันรุ่งขึ้นตอนเช้าพวกเราไม่ได้ขึ้นไปที่สนามบาส  ขึ้นไปตอนบ่ายเห็นรังที่มีกิ่งไม้บังกันภัยวันนี้โล่งซะจนเห็นรังชัดเจน ร่องรอยการตัดแต่งยัมีให้เห็นอยู่เลย แต่เราก็ไม่เห็นคนทำได้แต่จี๊ดดดๆ  นึกสาปส่งพวกนี้ไปเลย b_scare

เมื่อไหร่เขาจะมีสำนึกรักนกซะทีนะ รักจริงๆนะ ไม่ใช่รักแค่อยากได้รูป 1775465295

รักป้าพักจังที่สุดในโลก.... 
บันทึกการเข้า
นกสุโขทัย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #29 เมื่อ: วันที่ 10 มิถุนายน 2011 เวลา 22:21 »

แล้วเรื่องที่ช็อคมากสุดสำหรับผมก็คือ.... ในยุคก่อน ๆ ถ่ายภาพนกเสร็จ หักรัง พังรังนกซะ...เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ภาพเนี่ย สุด ๆ จริง ๆ ....

คิดว่าปัจจุบันคงไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นแล้ววววววววว  a_1133770387
บันทึกการเข้า
Chinese Canuck
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 66


♫ The True North Strong and Free


« ตอบ #30 เมื่อ: วันที่ 19 กันยายน 2012 เวลา 05:46 »

แล้วเรื่องที่ช็อคมากสุดสำหรับผมก็คือ.... ในยุคก่อน ๆ ถ่ายภาพนกเสร็จ หักรัง พังรังนกซะ...เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ภาพเนี่ย สุด ๆ จริง ๆ ....

คิดว่าปัจจุบันคงไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นแล้ววววววววว  a_1133770387

ปีที่แล้วตอนที่ผมหาเลนส์ 500 อยู่ เผอิญได้ไปรู้จักกับน้องคนนึงครับ คือเขาประกาศขายเลนส์มือหมุนรุ่นเก่า กับ 20D เป็นคนอดทนมากจริงๆเพราะกำลังทรัพย์เขาไม่มีเท่าคนอื่น แต่ก็มีความสนใจเกี่ยวกับนก เราก็นัดเจอกันที่สถานีรถลอยฟ้าอโศก เขาบอกว่าเคยเจอแบบไม่ถึงกับทำลายรัง แต่ว่าพอพวกที่แข่งหาภาพซึ่งเผอิญอยู่จุดที่ใกล้ๆกันได้ช็อตเด็ดเสร็จแล้ว ก็จัดการเอาหินปาขึ้นไปบนกิ่งเพื่อไม่ให้มีใครมีช็อตเหมือนกับเขาอีกในปฐพี นกซึ่งเกาะนิ่งอยู่นาน ก็บินหนีไปเลย  ขณะที่เขาพรางตัวอยู่นาน กำลังหมุนโฟกัสอย่างยากลำบาก อันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้ในวงการถ่ายนกเพราะขณะนั้นเพิ่งเริ่มดูนกมาได้แค่ 4 เดือนเองมั้ง ตอนนั้นยังหน่อมแน้มอยู่ คิดว่าคนสนใจนกทุกคนคงจะรักธรรมชาติ ใสซื่อบริสุทธิ์ ถึงผมจะไม่ซื้อเลนส์เขา แต่เขาก็บอกว่า "เดี๋ยวพี่ถ่ายๆไป ก็ได้เจออะไรประมาณนี้แน่นอน วงการนี้ไม่ได้สวยใสบริสุทธิ์แบบในภาพหรอกนะครับ" ปรากฎว่า ผ่านไปแค่ปีเดียวถึงมาคิดได้ว่า เออ จริงของเขา a_1133770387  a_1133770386
บันทึกการเข้า

ระบบยุติธรรมของประเทศสาระขันล่มสลายไปแล้ว
เสืออ้อย
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 15


« ตอบ #31 เมื่อ: วันที่ 22 มิถุนายน 2013 เวลา 11:22 »

ไม่ว่ายุคไหนมีแบบนี้ตลอด
แต่ก่อน TAจัดอบรม มาสองครั้ง
สมัยนี้ตัวใครตัวมัน ไม่มีองค์กรไหนมาเลียวแล
เราก็ต้องลงโทษพวกจัดประกวดภาพต่างๆสร้างกติกาว่า "ถ้าทำลายธรรมชาติมาไม่รับแล้วจะถูกแบนอีกต่างหาก"
พอพวกจัดประกวดภาพ อกหนังสือเชิญชวนส่งภาพเข้าประกวด  ...กลุ่ม องค์กร ต่างๆรีบส่งหนังสือต่อต้านพวกทำลายธรรมชาติสวนไปทันทีให้ไม่รับพวกนักถ่ายภาพแบบนี้....
แล้วจะรู้ได้ไงว่าเค้าทำลายธรรมชาติมา   พวกถ่ายภาพดูกันออกอะ  คุณๆท่านๆว่าไง


 
บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #32 เมื่อ: วันที่ 24 มิถุนายน 2013 เวลา 17:58 »

ว่าจะโทรหา Thai PBS เหมือนกันค่ะ 
บันทึกการเข้า
smith
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 829


อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: วันที่ 28 มิถุนายน 2013 เวลา 13:50 »

ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นกรรมการอะไรกับเขานะ แต่เห็นว่าการประกวดภาพสัตว์ป่าของ True ปีนี้กำหนดกฎเกณฑ์เรื่องการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อการถ่ายภาพไว้พอสมควร ถ้ากรรมการตัดสินเคร่งครัดเรื่องนี้จริงๆ ก็ถือเป็นเรื่องดี 
http://www.trueplookpanya.com/true/plookpanya_actdata.php?mainType=env&subType=01&prjYear=2013
บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #34 เมื่อ: วันที่ 29 มิถุนายน 2013 เวลา 20:17 »

กรรมการจะรู้มั้ยอ่ะพี่ 1b38f9e2

หนูล่ะสงสัยของ ThaiPBS ปีนี้เพิ่มประเภทนกที่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์
นึกไม่ออกเลยว่าภาพจะมีอะไรบ้างนอกจากนกเลี้ยง (ซึ่งหาถูกกฎหมายยากมาก) และภาพปรอดหัวโขนในกรง

หรือโอ๋เข้าใจอะไรผิดไป เมมเบอร์ ThaiPBS ไว้แล้ว ลืมโทรทู้กที


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!