ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 25 พฤษภาคม 2017 เวลา 02:31
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

+  My Community
|-+  กระดานต่างๆ
| |-+  พูดคุยประสาคนดูนก (กระดานหลัก)
| | |-+  Phoebe Snetsinger ผู้เห็นนกมากที่สุดในโลก
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: Phoebe Snetsinger ผู้เห็นนกมากที่สุดในโลก  (อ่าน 1619 ครั้ง)
magpie
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 44


อีเมล์
« เมื่อ: วันที่ 30 ธันวาคม 2013 เวลา 11:39 »

 ถ้าแพทย์บอกว่า คุณมีเวลาอีกไม่ถึงปีที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ คุณจะใช้เวลาที่เหลือทำอะไรบ้าง
       
       สำหรับ Phoebe Snetsinger เมื่อเธอทราบผลการวิเคราะห์จากหมอประจำตัวว่าเธอกำลังป่วยเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย เธอได้ตัดสินใจออกเดินทางดั้นด้นไปทุกหนทุกแห่ง เพื่อจะได้เห็นนกสปีชีส์ต่างๆ ที่มีในโลกให้ได้จำนวนสปีชีส์มากที่สุด ผลที่ตามมาคือก่อนจะเสียชีวิต เธอได้เห็นนกมากถึง 8,398 สปีชีส์ซึ่งนับว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของความพยายามดูนกโดยบุคคลคนเดียว
       
        ในสายตาของคนทั่วไป การเฝ้าดูนกเป็นงานอดิเรกของคนที่ไม่มีอะไรทำ และเป็นกิจกรรมที่ไม่มีอะไรคอขาดบาดตาย คือ ถ้าเห็นก็เห็น ถ้าไม่เห็นก็ไม่มีใครจะเป็นอะไร จะมีก็แต่นักปักษีวิทยาอาชีพเท่านั้นที่เฝ้าติดตามดูนกอย่างจริงจัง ครั้นเมื่อเห็นนกแล้ว ก็มักถ่ายภาพ และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับนกสปีชีส์ที่เห็น เพื่อใช้ในการอ้างอิงต่อไป
       
        ตามปกตินักดูนกมักเป็นผู้ชายวัยกลางคนที่ชอบเดินป่า ปีนเขา ไต่หน้าผาหรือชอบไปในสถานที่ๆ เต็มไปด้วยภัยอันตราย จนบางครั้งอาจล้มป่วยด้วยโรคมาลาเรีย หรือถูกคนป่าทำร้าย เพราะเข้าใจผิดว่ากำลังสอดแนม นักดูนกจึงต้องใช้เวลานานมากในการค้นหานกในป่าที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เพื่อจะได้เห็นและศึกษานกสปีชีส์ที่ไม่มีนักปักษีวิทยาคนใดเคยเห็นและศึกษามาก่อน นักดูนกบางคนอาจมีความต้องการจะเห็นนกมากจนถึงขั้นสามารถสละชีพของตนเพื่อให้ความคลั่งไคล้นี้ลุล่วงก็มีเหมือนกัน
       
        Phoebe Snetsinger เกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ.1931 ที่เมือง Lake Zurich รัฐ Illinois ในสหรัฐอเมริกา บิดา Leo Burnett เป็นมหาเศรษฐีด้านธุรกิจโฆษณา เธอได้เข้าเรียนระดับประถมศึกษาที่โรงเรียน Lake District ซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก จึงมีเพื่อนเรียนร่วมชั้นเพียง 2 คน และครูที่สอนได้พบว่าเธอมีพรสวรรค์ด้านภาษา และวิทยาศาสตร์มากกว่าด้านอื่นๆ
       
        เมื่ออายุ 11 ปี เธอได้พบ David Snetsinger เด็กหนุ่มที่มีอายุมากกว่าเธอ 2 ปี ที่สโมสรกีฬาในเมือง แต่ขณะนั้นเธอไม่เคยคิดแม้แต่น้อยว่า เขาและเธอจะได้เป็นคู่ชีวิตกันในเวลาต่อมา
       
        หลังจากนั้นเธอได้เข้าเรียนระดับอุดมศึกษาที่ Swarthmore College และสำเร็จปริญญาตรีวิชาเอกภาษาเยอรมันด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.0 เธอก็ได้ตระหนักว่า ในฐานะที่เป็นผู้หญิง เธอไม่มีตัวเลือกมากในการประกอบอาชีพ เธอจึงต้องทำตัวเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ คือ แต่งงาน มีลูก อีกทั้งต้องไม่คิดจะทำอะไรในเชิงแข่งขันกับผู้ชายอย่างเด็ดขาด นอกจากต้องคอยดูแลครอบครัว และให้สามีเลี้ยง
       
        Phoebe จึงเข้าพิธีสมรสกับ David Snetsinger และได้อพยพไปตั้งถิ่นฐานที่ Webster Groves ซึ่งอยู่ใกล้เมือง St.Louis ในรัฐ Missouri

       หลังจากที่สามีของเธอเดินทางกลับจากราชการทหารที่เกาหลีแล้ว Phoebe ได้ตัดสินใจเรียนหนังสือต่อ จนสำเร็จปริญญาโทด้านวรรณคดีเยอรมัน และมีความรู้สึกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอได้ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านในชนบทที่ทำหน้าที่ดูแลสามีและลูกๆ เท่านั้น และการทำเช่นนี้ไม่เคยทำให้เธอมีความเจริญก้าวหน้าทางสติปัญญาเลย เธอจึงเริ่มมีอาการซึมเศร้า
       
        วันหนึ่งสตรีเพื่อนบ้านคนหนึ่งได้แวะมาชวนเธอไปดูนกในบริเวณสวนหลังบ้าน โดยให้เธอใช้กล้องส่องทางไกลดูนกต่างๆ ที่เกาะอยู่ตามยอดไม้ เมื่อเธอได้เห็นนก Blackburnian Warbler (Dendroica fusca) เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะตกหลุมรักนกที่มีขนสีสวย และมีรูปร่างปราดเปรียวตัวนั้นทันที จึงตัดสินใจซื้อกล้องสองตา (binocular) ให้ตนเองเพื่อไปดูนกกับเพื่อนๆ สัปดาห์ละหลายครั้ง และได้พบว่าวัย 34 ปีของเธอเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาก เพราะการดูนกเป็นงานอดิเรกทำให้ชีวิตของเธอไม่น่าเบื่อ และเมื่อเธอมีความจำดี อีกทั้งมีความกระตือรือร้นมาก เธอจึงเป็นนักดูนกระดับเชี่ยวชาญพิเศษที่ชอบเดินทางไปสถานที่ห่างไกล จนได้เห็นนกจำนวนประมาณ 2,000 สปีชีส์
       
        ในปี 1981 แพทย์ประจำตัวของเธอได้บอกว่า เธอกำลังเป็นมะเร็งผิวหนัง (melanoma) ขั้นสุดท้าย และจะมีเวลาอยู่บนโลกอีกไม่ถึงหนึ่งปี
       
        แทนที่จะพักรักษาตัวที่บ้าน Phoebe ตัดสินใจเดินทางไป Alaska ตามที่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อไปดูนกในแถบขั้วโลกเหนือ โดยใช้เงินส่วนหนึ่งของมรดกมหาศาลที่เธอได้รับจากบิดา เมื่อกลับจาก Alaska ถึงบ้าน เธอได้พบว่า เธอรู้สึกดีมากและไม่วิตกกังวลอะไรเลย นับตั้งแต่นั้นมาเธอจึงทุ่มเทความสนใจไปที่นก และตั้งใจจะเห็นนกให้มากสปีชีส์ที่สุดก่อนเสียชีวิต โดยจะไปทุกที่ที่ไม่ใช่บ้าน ทั้งในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอันตราย เช่น ในป่าหรือบนภูเขา รวมถึงจะไปในที่ๆ มีสถานการณ์ทางการเมืองวุ่นวาย จนในบางครั้งเธอถูกชาวป่าทำร้ายบาดเจ็บ เช่น เมื่อเธอไปที่ New Guinea, Kenya และ Peru เป็นต้น
       
        ตามปกติ เวลาเดินทางเธอจะนำกล้องสองตา หมวก รองเท้าที่เดินไม่มีเสียง กล้องส่องทางไกล กล้องถ่ายรูปและสมุดบันทึกเพื่อจดข้อมูลเกี่ยวกับนกและสภาพแวดล้อมอย่างละเอียด แม้ในบางครั้งการเดินทางต้องใช้เงินงบประมาณระดับแสนบาท แต่เธอก็ยินดีจ่ายเพื่อให้ความประสงค์สุดท้ายของเธอบรรลุเป้าหมาย
       
        แม้จะถูกคุกคามด้วยโรคมะเร็งเป็นระยะๆ เพราะมะเร็งจะกลับมาคุกคามทุก 5 ปี หลังจากที่ภาวะเจ็บรุนแรงได้ลดลง เธอก็จะกลับไปดูนกที่เธอต้องการอีก
       
        นกทุกสปีชีส์ที่เธออ้างว่าเห็นนั้นได้รับการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นสปีชีส์ใหม่ทุกครั้งไปโดย American Birding Association (ABA) ซึ่งเป็นสมาคมดูนกของอเมริกา

       เพราะเธอใช้ชีวิตที่เหลือส่วนใหญ่ในการเดินทางไปดูนก ดังนั้นชีวิตครอบครัวจึงถูกกระทบกระเทือนมาก เช่น เธอไม่มีเวลาไปงานแต่งงาน งานวันเกิดหรืองานศพของเพื่อนหรือของญาติเลย เธอไม่ได้อยู่ดูแลลูกๆ และสามี เหมือนแม่หรือภรรยาทั่วไป เพราะเธอคิดว่าลูกๆ และสามีสามารถดำเนินชีวิตไปได้ (แม้จะไม่ดีนัก) ในขณะที่เธอต้องการใช้ชีวิตที่เหลือทำสิ่งที่เธอต้องการ
       
        เมื่อถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ.1999 ขณะ Phoebe เดินทางอยู่บนเกาะ Madagascar รถบรรทุกที่เธอนั่งได้พลิกคว่ำ ทำให้เธอเสียชีวิตทันที เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอได้เห็นนก Helmet vanga ที่นักปักษีวิทยาเพิ่งรายงานว่า เป็นนกสปีชีส์ใหม่เมื่อ 2 ปีก่อน นี่จึงเป็นนกสปีชีส์สุดท้ายที่เธอได้เห็น
       
        สถิติการเห็นนกแสดงว่า Phoebe Snetsinger วัย 68 ปีได้เห็นนก 8,398 สปีชีส์ จึงเป็น 85% ของนกที่มีในโลก ดังนั้นเธอจึงเห็นนกมากสปีชีส์กว่าคนที่เห็นมากรองลงไปเกือบ 2,000 สปีชีส์
       
        บันทึกของเธอเรื่อง Birding on Borrowed Time ได้ถูกตีพิมพ์ในปี 2003 โดยสมาคมดูนกแห่งอเมริกา หนังสือนี้ได้กล่าวถึง ชีวิตของเธอในการเดินทางไปดูนก ความรู้สึกลึกๆ ที่เธอต้องการหนีความคิดเรื่องการที่เธอจะต้องตายไปคิดหมกมุ่นแต่จะดูนก หนังสือยังได้กล่าวถึงบทสัมภาษณ์บรรดาญาติและเพื่อนบ้านเกี่ยวกับตัวเธอและลูกทั้ง 4 คน โดยเฉพาะ Thomas J. Snetsinger นั้น ได้เจริญรอยตามมารดาคือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนกบนเกาะฮาวายที่กำลังจะสูญพันธ์
       
        ชีวิตของ Phoebe Snetsinger ได้ทำให้ผู้อ่านหลายคนคงฉุกคิดได้ว่า ในการใช้ชีวิตที่เหลือนั้น เรามีอะไรจะต้องทำอีกบ้าง ก่อน “ไป” สำหรับเธอนั้น เธอต้องการจะเห็นนกทุกสปีชีส์บนโลก และปณิธานนี้ได้อุบัติขึ้นเมื่อแพทย์บอกเธอว่า “เธอจะต้องตายในอีกไม่นาน”
       
        แม้สังคมโดยรอบจะกำหนดบทบาทให้เธอทำหน้าที่แม่ และภรรยา แต่เธอก็ตัดสินใจไปว่า เธอจะใช้ชีวิตในแต่ละวันที่เหลือให้ดีที่สุดอย่างไร ถึงคนบางคนจะคิดว่าการทุ่มเทเวลาไปดูนก หรือความคลั่งนกของเธอเป็นอาการของโรคจิตรูปแบบหนึ่งก็ตาม
       
        ในหนังสือ Life List: A Woman’s Quest for the World’s Most Amazing Birds ที่ Olivia Gentile เรียบเรียง และจัดพิมพ์โดย Bloombury ในปี 2009 นั้น ชีวิตของ Phoebe Snetsinger ได้ให้ข้อคิดว่า การใช้ชีวิตที่ดี และการเผชิญความตายที่ดี ควรเป็นอย่างไร
       ******************

    
      Credit: สุทัศน์ ยกส้าน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 31 ธันวาคม 2013 เวลา 20:58 โดย magpie » บันทึกการเข้า
magpie
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 44


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 30 ธันวาคม 2013 เวลา 11:44 »

อ่านเจอเห็นว่าน่าสนใจดี เลยเอามาฝาก a_Drooling
เผื่อชาว save bird ที่เล่น BY จนจะจบแล้วของปีนี้
อยากจะแข่งกับคุณ Phoebe Snetsinger บ้าง b_gotcha
ปีนี้ก็ได้เหยียบ 700 แล้ว หาอีกแค่ 7,000 กว่าชนิดก็ชนะแล้ว อิ อิ

 huh_2 huh_2 huh_2 huh_2

บันทึกการเข้า
magpie
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 44


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 30 ธันวาคม 2013 เวลา 15:06 »


รูปนก Blackburnian Warbler (Dendroica fusca)ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธอหลงรักการดูนก


* BlackburnianWarbler.jpg (54.6 KB, 755x596 - ดู 322 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
magpie
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 44


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 30 ธันวาคม 2013 เวลา 15:09 »


 นก Helmet vanga ที่เป็นนกชนิดสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนจากโลกไป



* tumblr_lj7cp5mzD41qc6j5yo1_500.jpg (62.33 KB, 449x337 - ดู 319 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
magpie
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 44


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 30 ธันวาคม 2013 เวลา 15:59 »

อ่านแล้วก็อดวิเคราะห์ไปด้วยไม่ได้ 
- การช่วยให้คนได้เห็นได้รู้จักนกน่ารักๆเพียงตัวเดียวก็อาจเปลี่ยนชีวิตของเขาให้มีความสุขขึ้นอย่างมากมายได้่
- ดูๆเหมือนในเนื้อเรื่อง Mrs.Snetsinger จะถูกมองดู negative สักหน่อยคล้ายว่าเอาแต่ดูนก ทิ้งครอบครัว ไม่ทำงาน หมกมุ่น
ต้องขอแก้ตัวแทนเธอสักหน่อย อย่าลืมว่าหมอว่าเธอเป็น Melanoma ระยะสุดท้าย ซึ่ง Melanoma เป็นมะเร็งที่มีความรุนแรงสูงมาก รักษาก็ไม่ค่อยได้ผลแม้ในปัจจุบัน ยิ่งระยะสุดท้ายด้วยแล้วแม้ปัจจุบันก็อยู่ได้ไม่นาน มักไม่เกินปี จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้และเหมาะสมทีเธอจะทำเช่นนั้น
-อีกทั้งเธอก็อายุเข้า 50 ปีแล้ว ลูกๆก็โตหมดแล้ว พวกฝรั่งเขาไม่ค่อย dependent กันเท่าำำไร แถมยังร่ำรวยมีมรดกมากมาย ยิ่งไม่น่าเกลียดทีอยากทำอย่างนั้น ผมว่าครอบครัวเธอก็คงยินดีให้ทำเช่นนั้นด้วย
- แต่เธอกลับมีอายุยืนดูนกต่อมาได้อีกถึง 18 ปี ซึ่งเหลือเชื่อมาก หากไม่ใช่เพราะหมอของเธอวินิจฉัยผิดพลาด ก็น่าคิดว่าการดูนก ทำให้    เธอได้มีความสุข มีเป้าหมาย ได้ออกเดินทาง ออกกำลัง ผจญภัย ทำให้เธอสุขภาพดีขึ้นจนสู้กับมะเร็งร้ายมาได้ถึง 18 ปี
ดังมีพุทธพจน์ว่า หากพระองค์ประสงค์จะมีพระชนม์มายุอยู่จนอายุครบ 1 กัปป์( กัปป์ชีวิตมนุษย์เท่ากับ 100ปี)ก็ทำได้ โดยอาศัยการเจริญ อิทธิบาทสี่ (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) 
-การจัด Big Year ก็เป็นการเจริญอิทธิบาทสี่อันแยบยล จงจัดบ่อยๆ จะทำให้ชาว save bird อายุยืนนาน(แต่ต้องขับรถดีๆนะจ๊ะ)

- เป็นอุทาหรณ์ว่า แม้จะเป็นมะเร็งอยู่แต่มะเร็งและโรคร้ายหลายชนิดไม่อาจเอาชีวิตนักดูนกได้ (เพราะเราจะสุขภาพดีทั้งกายและใจจากการดูนก เพิ่มภูมิคุ้มกันมาต้านทานเหล่าโรคร้าย จนเมื่อตะลุยดูนกจนหนำใจเราก็อาจตายจากเรื่องอื่นๆก่อนอย่างมีความสุขไม่ทุกข์ทรมาน 555)

 Grin Grin Grin Grin

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 30 ธันวาคม 2013 เวลา 20:08 โดย magpie » บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 06 มกราคม 2014 เวลา 12:58 »


เคยได้ยินเหมือนกันว่า เสียชีวิตแล้ว

ยินดีที่เค้าได้ทำตามฝัน แต่แปดพันสี่ นี่บ้าไปแล้ว ผมยังไม่ถึงสองพันเลยมั้ง  11867538610
บันทึกการเข้า
magpie
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 44


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 07 มกราคม 2014 เวลา 23:09 »

ผมคิดว่าสถิติ ได้เห็นนก 8,398 สปีชีส์ ของคุณ Phoebe Snetsinger น่าจะเป็นสถิติตลอดกาลของมนุษยชาติไปเสียแล้ว 
เมื่อพิจารณาว่าเธอเริ่มดูนกจริงจังตั้งแต่เมื่อ 50 ปีที่แล้ว
ซึ่งความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ที่อยู่อาศัยของนกดีกว่าปัจจุบันมาก การคุกคามก็น้อยกว่ามาก
มาปัจจุบัน นกชนิดที่คุณPhoebe Snetsinger เคยหาดูได้ง่ายๆ อาจกลายเป้นนกหายากหรือสูญพันธ์ไปแล้ว  please
ตอนไปไต้หวันเมื่อสี่ปีก่อน ได้เจอจอมเทพนักดูนกของไต้หวันเขาก็เคยเห็นนกไม่ถึงสี่พันชนิด
ขอคารวะคุณ Phoebe Snetsinger  แชมป์ตลอดกาลของมวลมนุษยชาติ
 b_bigcry b_bigcry b_bigcry b_bigcry

ปล.แต่ถ้าคุณ ชมส.ตะลุยตั้งแต่บัดนี้ อาจมีโอกาสทำลายสถิติได้นะ แค่หานกใหม่ปีละ200ชนิด ติดต่อกันนานสัก 35 ปี ก็ชนะแล้ว 11816518640
บันทึกการเข้า
wombat
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 1385



อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2014 เวลา 14:35 »

 
บันทึกการเข้า
ป้าพักจัง
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 843



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 21 มีนาคม 2014 เวลา 14:35 »

โห เยี่ยมมาก
บันทึกการเข้า
lovekhaosok
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 68


อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: วันที่ 07 พฤษภาคม 2014 เวลา 11:01 »

 สุดยอดครับ ทำให้นึกถึงนกตัวแรกที่ชักนำเข้าวงการ ปรอดเหลืองหัวจุก (นกบ้าอะไรสวยจัง) ทุกวันนี้เจอแล้วต้องคารวะ (นกครู) อิอิอิ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!