ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 25 มีนาคม 2017 เวลา 00:58
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

+  My Community
|-+  กระดานต่างๆ
| |-+  เรื่องเก่ามาเล่าใหม่
| | |-+  ดูนกฮาลาบาลา โดย ชมส.
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ดูนกฮาลาบาลา โดย ชมส.  (อ่าน 20332 ครั้ง)
Admin
Administrator
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 40


อีเมล์
« เมื่อ: วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 12:09 »

 Cool ฤดูร้อน สงกรานต์ และล่องใต้ เป็นสิ่งที่คู่กันสำหรับพวกเรามาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะเป็นช่วงพวกเราสามารถลาหยุดกันได้ยาวพร้อมๆ กัน เพียงพอที่จะเดินทางไกลๆ อย่างไปดูนกที่ปลายสุดของประเทศได้ แม้จะเป็นการดูนกทริปใหญ่ แต่ผมไม่รู้สึกตื่นเต้นเอาซะเลย ไม่ได้เตรียมตัวอะไรอย่างเช่นครั้งก่อนๆ การบ้านก็ไม่ทำ เก็บของก็วันสุดท้าย แถมยังเมาไปเก็บไปอีก แต่ก็ไม่ลืมที่จะพกเพียงใจที่ว่างๆ อารมณ์ที่เหงาเพียงเบาๆ แต่ร่างกายกลับหนักอึ้ง พกเข้าหีบเข้าห่อ เพื่อตามหาฝันที่อยู่ไกลถึงปลายสุดประเทศไทย " นกแห่งป่าบาลา " (อิอิ เผลอปล่อยสำนวนอุบาทว์อีกแล้ว รีบเข้าเรื่องดีกว่า)  undecided_1
 
ครั้งนี้เรามาแปลก เพราะเรานั่งรถทัวร์ไป ต่างจากที่ผ่านมาที่มักจะขับรถกันไปกันเอง ครั้งนี้เรามีรถมารอรับที่หาดใหญ่ก็เลยสบาย เรารับเช้าอันสดใสที่หาดใหญ่ด้วย กาแฟร้อน บะกูเต๋ และ แตะเตี๋ยม ที่น่าจะเรียก แตะเรียบ มากกว่า เพราะไม่ว่าเราจะแตะจานไหนก็เป็นเรียบทุกจาน  Grin

เจ้าเสือด่างดำขาวของท่านเฒ่าทารก และน้องหมูมะกอกของพี่วอมแบ็ท คือพาหนะของพวกเราในทริปนี้ เราแวะดูนกที่ อ.ยะหริ่ง กันก่อน เพราะได้ข่าวว่ามีนกดีๆ อยู่ พอถึงตัวอำเภอเราก็เลี้ยวซ้ายเข้าไป แล้วขับไปตามถนนที่จะไปชายหาด ซึ่งจะผ่านป่าชายเลนขนาดใหญ่ เราเข้าไปจอดรถที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริเพื่อการอนุรักษ์ ภายในจะมีสะพานไม้อย่างดีให้เราเข้าไปศึกษาธรรมชาติกัน  :)


เพียงไม่นานเราก็เจอนกโกงกางหัวโต Mangrove Whistler เป็นนกสีน้ำตาลเรียบๆ ปากใหญ่สีดำสนิท แถมยังพบได้บ่อยด้วย ตามด้วยนกจับแมลงป่าโกงกาง Mangrove Blue Flycatcher ซึ่งหายาก แถมยังสวยมากอีกด้วย ปกตินกชนิดนี้มักพบในบ้านเราแถบชายฝั่งอันดามัน แต่ครั้งนี้เราพบฝั่งอ่าวไทยจึงค่อนข้างจะพิเศษหน่อย พบทั้งตัวผู้และตัวเมีย สวยมาก ตัวเมียจะมีหัวตาและแต้มใต้ตาสีขาว หนังสือของหมอบุญส่งวาดได้เหมือนมาก รูปถ่ายไม่ชัดเพราะไม่ใช้ขาตั้งกล้องครับ



จากนั้นเราก็ดิ่งตรงมายังบาลาเลย พอมาถึงก็งงไปกับนักดูนกที่เยอะมากๆ เมื่อ 3 ปีก่อนผมมาดูนกในช่วงสงกรานต์เหมือนกัน แต่มีกลุ่มดูนกเพียงแค่ 2-3 กลุ่มเอง แต่วันนี้กลับเปลี่ยนไป มีนักดูนกมากันหลายสิบกลุ่ม จำนวนเป็นร้อยคนเลย หันไปคนโน้นก็รู้จัก คนนี้ไม่รู้จัก (คนข้างๆ อิอิ) มีคนหน้าแปลก และแปลกหน้ามาดูนกกันมากขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ดีที่วงการดูนกจะได้เข้มแข็งกว่าก่อน แม้ผู้คนจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือบรรดานกชนิดต่างๆ ที่ยังคงมากมายและน่ารักอยู่เหมือนเดิม

 
ที่พักที่เคยพักก็เลยเต็ม เราก็เปลี่ยนมาพักที่หน่วยฯ ภูเขาทองแทน วันนี้พวกเราตกลงกันว่าจะไม่รีบร้อนดูนกกัน แต่ยามเย็นที่ภูเขาทองก็ทำให้เราอดใจไว้ไม่ไหว นกเงือกกรามช้าง Wreathed Hornbill นกชนหิน Helmeted Hornbill และนกเงือกหัวแรด Rhinoceros Hornbill มาเกาะโชว์ตัวใกล้ๆ แถมตีกันเป็นกระสายให้ดูด้วย ส่วนเจ้าแอ่นฟ้าเคราขาว Whiskered Tree-swift ก็ทำรังเลี้ยงลูกกันหน้าบ้านเลย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 13:39 โดย Admin » บันทึกการเข้า
Admin
Administrator
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 40


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 13:00 »

น้าบูน  :police: เจ้าหน้าที่ฯ ที่หน่วย ใจดี ให้เราพักบนบ้านไม้หลังเก่า ซึ่งก็ทำให้หมดห่วงเรื่องฝนไป แถมยังทำให้หุงข้าว ทำกับข้าวสะดวกด้วย งานนี้ " ท่านเฒ่าทารก " พ่อครัวมือหนึ่งอาละวาดอีกแล้วครับ แถมยังพกผู้ช่วยที่รู้ใจมาด้วย  ic-12 หลังจากอิ่ม หนังท้องตึง สะดือเปล่ง บางคนแก่แล้วก็เลยถือโอกาสนอนพัก  >Cheesy บางคนยังไม่แก่ อารมณ์ศิลปินเริ่มจะกรุ่น  :laugh: ก็หยิบสมุดบันทึกมาขีดๆ เขียนๆ ตามเรื่องตามราว บางคนไฟแรงก็ทำเช็คลิสต์นก  :angel: แต่บางคนก็ทำตัวไร้ค่าคอยแต่จะกวนคนอื่น (ใครหว่าๆ )  >Sad กว่าจะได้นอนกันก็ดึกมาก คืนแรกของผมจบด้วยการหลับสนิท แต่บางคนกลับนอนไม่หลับ ด้วยความกังวลใจว่าบ้านเก่าหลังนี้มีอะไรที่ลี้ลับกว่านั้น เหอะๆๆ  undecided_1


หลังจากโดนผีห้องน้ำวอมแบ็ทหลอกราดน้ำทั้งคืน  Cheesy จนสาวๆ พากันนอนไม่หลับ เราก็ลุกขึ้นมารับวันใหม่กับสายหมอก และนกเงือกหัวแรดที่บินหากินแต่เช้า เช้านี้เราเดินดูนกไปตามถนนหน้าหน่วยฯ ด้วยบรรยากาศสุดจะบรรยาย กลุ่มหมอกก้อนหนายังคงนอนอยู่ในหุบเขาปลายถนน สีขาวของมันถูกปนด้วยสีเทา มันดูนิ่งสงบ ต้องเพ่งมองจึงจะเห็นว่าจริงๆ มันก็เคลื่อนไหวอยู่บ้าง เมื่อดวงตะวันเริ่มลอยสูงขึ้นตามการหมุนของโลก จนสามารถส่องแสงข้ามแนวเขาที่เคยบังแสงของมันไว้ แสงแดดแรงยามเช้าเริ่มส่องกระทบก้อนหมอกทีละน้อย ปลุกหมอกก้อนนั้นให้เคลื่อนไหว จากก้อนหมอกสีขาวอมเทากลับกลายเป็นสีเงิน มันม้วนตัวเป็นเกลียว คล้ายจะบิดขี้เกียจหลังจากการหลับไหล เป็นช่วงเวลาที่หมอกก้อนนั้นดูสวยงามที่สุด ก่อนจะสลายไป  :angel:


" ต๊ก ต๊ก ต๊ก โต๊กกกกกก " เสียงเจ้าโพระดกหัวเหลือง Yellow-crowned Barbet ร้องท้าทายให้เราหามันให้เจอ แม้จะเป็นเสียงที่ได้ยินบ่อยๆ แต่การหาตัวมันเป็นเรื่องที่ยากพอดู เพราะมันชอบอยู่ในพุ่มทึบๆ โชคดีที่ครั้งนี้มันเกาะอยู่ในยอดโปร่ง อาบแดดยามเช้า เราใช้เวลาไม่นานก็สามารถหามันเจอ เป็นนกสวยมากชนิดหนึ่ง


จากนั้นเราก็ไปดูนกที่หน่วยฯ ยาเด๊ะ นกไม่ดีอย่างที่เคยเป็น เราพบเพียงนกธรรมดาๆ เท่านั้น  ;) แต่ก็ยังดีได้เห็นนกปลีกล้วยปากหนา Thick-billed Spider-hunter ช่วงบ่ายเราจึงมาดูนกกันต่อที่หลังวัดป่าภูเขาทอง นกกินปลีค่อนข้างคึกคัก นกกินปลีท้ายทอยสีน้ำเงิน Purple-naped Sunbird นกกินปลีคอสีน้ำตาล Brown-throated Sunbird นกกินปลีคอสีน้ำตาลแดง Red-throated Sunbird มีให้ดูตลอดทาง นกปรอดก็มีเยอะมาก รวมทั้งนกเขนน้อยปีกดำ Black-winged Flycatcher-shrike ด้วย แต่ที่ประทับใจกลับไม่ใช้นก เป็นกิ้งก่าตัวหนึ่งที่แปลกสุดๆ มีแผงบนหัวและหลังด้วย ยังกับไดโนเสาร์ย่อส่วน  ???

บันทึกการเข้า
Admin
Administrator
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 40


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 13:04 »

ช่วงเย็นเรามารอดูนกเงือกกันที่จุดชมสัตว์ ก็ได้เห็นกันหลายชนิด โดยเฉพาะนกชนหินที่บินร่อนเป็นวงอยู่ในหุบ  :laugh: จนเกือบคิดว่าเป็นเหยี่ยว มีทั้งตัวเมียซึ่งมีคอสีฟ้า ตัวผู้คอสีแดง และตัวอ่อนที่คอยังคงเป็นสีน้ำตาลอยู่ ส่วนต้นไม้ยืนต้นตายหน้าศาลา ยังคงยืนต้นท้าวันเวลาอยู่เหมือนเดิม แม้จะผ่านตาผมมาถึง 4 ปีแล้วก็ตาม แม้จะตายไปแล้ว แต่ไม้ต้นนี้ทำหน้าที่สร้างชีวิตใหม่อีกมากมาย  :angel: มันได้ให้ที่พักพิงกับครอบครัวนกหัวขวานมาแล้วหลายคู่ เมื่อคราวดูนกครั้งก่อนต้นนี้เป็นรังของ นกหัวขวานด่างตะโพกเหลือง แต่คราวนี้กลับเป็นรังของนกหัวขวานแดงลาย Banded Woodpecker แทน


ตกกลางคืนเสียงฮายังคงก้องที่พักของเรา แถมยังถูกเติมด้วยลีลาเชคๆๆ ของพี่วอมแบ็ทอีกด้วย แถมคืนนี้เราได้เสียงกรนเบาๆ เป็นเพลงกล่อมให้นอนอย่างเป็นสุข เป็นของคนในภาพนี้แหละ อิอิ  Cheesy


วันต่อมาเราเลือกไปที่บ้านโต๊ะโม๊ะ จุดดูนกที่ดีอีกแห่งหนึ่งของบาลา ที่นี่เส้นทางดูนกจะขนานไปกับลำธาร ทำให้เรามีโอกาสเจอทั้งนกป่า และนกที่อาศัยอยู่ใกล้น้ำ เราเดินกันไม่นาน เจ้ากระจิบกระหม่อมแดง Rufous-tailed Tailorbird ก็ออกมาโชว์ตัวให้ดูสบายๆ ในดงเฟิร์นข้างทาง กลางลำธาร นกกางเขนน้ำหลังแดง Chestnut-naped Forkttail กำลังเดินหากินอยู่ตามซอกหิน ส่วนนกกระเต็นแถบอกดำ Blue-banded Kingfisher เกาะนิ่งบนก้อนหินอีกฟากหนึ่ง คอยมองหาเหยื่ออย่างอดทน ส่วนในป่าเจ้าปรอดเขียวหลังลาย Streak Bulbul สาระวนกับการไล่ผู้บุกรุก คงกลัวว่าจะมาแย่งของกินของมัน ต่างจากนกคัคคูสีม่วง Violet Cuckoo ที่รู้จักพอใจในสิ่งที่มี มันเกาะผึ่งแดดนิ่ง ร้องเพลงอย่างสบายใจ


หลังจากตามนกสุดสวยอย่างเจ้าแซวสวรรค์สีขาว Asian Paradise-Flycatcher ที่บินงดงามอย่างกับนางฟ้า  ic-12 และนกตัวใหม่ของผม นกหัวขวานลายแถบคอขาว Buff-necked Woodpecker  :laugh: พ่อเฒ่าทารกก็เดินมาบอกว่า เจอเจ้ากาฝากอกแดง Scarlet-breasted Flowerpecker กินลูกไม้อยู่ พอได้ยินก็ทำเอาพวกเราตาโตต้องรีบเดินไปดู ซึ่งก็โชคดีที่ได้เห็นทั้งตัวผู้และตัวเมีย กำลังกินลูกไม้กันอยู่ ตัวผู้สวยมาก อกสีแดงของมันใหญ่และสีสดมากกว่าในหนังสือ ส่วนท้องออกจะเป็นสีขาวเทามากกว่าเหลือง เป็นนกที่ไม่คิดฝันว่าจะได้เห็นเพราะหายาก ดีใจสุดๆ นอกจากนั้นนกแซวสวรรค์หางดำ Japanese Paradise-Flycatcher นกปรอดหงอนหลังลาย Puff-backed Bulbul นกโพระดกคางแดง Red-throated Barbet นกพญาปากกว้างท้องแดง Black & red Broadbill ก็พากันวนเวียนหากินอยู่ใกล้ๆ ด้วย

บันทึกการเข้า
Admin
Administrator
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 40


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 13:08 »

อิอิ กลางวันวันนี้เรามีผักกูดกับผักหวานที่พวกเราเก็บระหว่างทางดูนกที่โต๊ะโม๊ะเป็นมื้อเที่ยง ไม่เสียชื่อสโลแกน " ท้องอิ่มไว้ก่อน นกช่างมัน " ของท่านเฒ่าทารก แต่ลีลาคนเด็ดผักทำให้หวั่นใจไม่หาย ทำไมมันขมๆ หนอ  ???
" หนุ่ย อันนี้กินได้ป่าว "
" ใส่ๆ ไปเถอะพี่ เค้าไม่รู้หรอก ผัดมาก็เหมือนๆ กัน "    ic-08


ช่วงบ่ายเรามาดูนกกันต่อที่จุดชมสัตว์ ซึ่งก็ได้เจอกับกลุ่มพี่สุธี จากการดูนกกลายเป็นการคุยกันซะมากกว่า แถมนกก็มีให้ดูไม่มากนัก เราก็เลยไปดูนกกันต่อที่สะพานสอง นกมีไม่มากนักเช่นกัน แต่ไม่เป็นไร เพราะที่นี่บรรยากาศดีจัง ลำธารใส…แจ๋ว จนพี่นกศรีราชาแอบไปท่องมนตราริมน้ำ เรียกกระเต็นน้อยหลังแดง  >Cheesy


เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มอ่อนแรง ดวงจันทร์ก็เริ่มกล้าจะเทียบ มันส่องแสงได้ไม่แรงเท่า แต่ก็มีค่าจากมุมของมัน ยิ่งในยามไร้แสงใดๆ ( อิอิ ซึ้งๆ )  huh_2 มีสุภาษิตอินเดียนแดงว่า โลกคือแม่ ท้องฟ้าเป็นพ่อ เมื่อยามที่เหนื่อยหรือท้อแท้ ก็ลองนอนราบไปกับพื้น มองดูฟ้า แล้วจะรู้สึกอบอุ่น สบาย เหมือนกับว่า โลกทั้งใบกับฟ้าทั้งผืน กำลังกอด ปลอบ และให้พลังแก่เรา เป็นกำลังใจที่ทุกคนหาได้เท่าเทียมกัน และทุกครั้งที่เราต้องการ เพราะโลกใบนี้รักเราและให้เราเท่ากันทุกคน  Cry

ผม พี่โอ๋ และพี่วอมแบ็ท ก็ลองพิสูจน์กัน โอ้… ขลังจริงๆ อุ่น สบาย


ก็แหม ถนนตากแดดมาทั้งวัน จะไม่อุ่นได้ไงครับ  Cheesy

บันทึกการเข้า
Admin
Administrator
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 40


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 13:14 »

วันต่อมาเราเลือกมาเดินดูนกในสถานีวิจัย จริงๆ ที่นี่เป็นจุดดูนกที่ดีที่สุดก็ว่าได้ แต่เนื่องจากคนเยอะมาก เราก็เลยเลี่ยงมาดูวันท้ายๆ ระหว่างทางเราเจอนกเงือกปากย่น Wrinkled Hornbill ทั้งตัวผู้ตัวเมีย ถุงใต้คอของมันคล้ายนกเงือกกรามช้าง คือตัวผู้ถุงใต้คอสีเหลือง ส่วนตัวเมียจะเป็นสีฟ้า พอเราเดินลงไปดูนกที่สถานีเพาะพันธุ์ไม้ นกจาบดินอกลาย Puff-throated Babbler ออกมาโชว์กันง่ายๆ นกเงือกปากดำ Bushy-crested Hornbill มากันเป็นฝูงเหมือนเดิม จำนวนเป็นสิบๆ ตัว นกหกเล็กปากดำ Blue-crowned Hanging-Parrot ก็หกคะเมนตีลังกากินลูกไม้ไปตามเรื่อง กำลังเพลินๆ เจ้าพ่อของเราก็โผล่มา ปากแดงหัวตั้งมาเลย เจ้านกกระเต็นลาย Banded Kingfisher งานนี้หัวหน้าแก็งพี่วอมแบ็ทดีใจสุดๆ ที่ได้เห็นกะเค้าซะ  ic-12


เราเดินข้ามสะพานไม้ล้ม เพื่อจะเข้าเทรลหิน ช่วงแรกๆ นกไม่ค่อยดีนัก แต่พอถึงป่าพรุ นกก็ดีขึ้นมาทันที นกกินแมลงคอดำ Black-throated Babbler นกจาบดินหัวดำ Black-capped Babbler นกกินแมลงตะโพกแดง Chestnut-rumped Babbler นกกินแมลงหัวแดงใหญ่ Rufous-crowned Babbler นกกินแมลงป่าโกงกาง White-chested Babbler นกกินป่าสีน้ำตาลแดง Ferruginous Babbler นกมุ่นรกสีน้ำตาล Brown Fulvetta ออกมาให้ดูกันแถวๆ นี้เอง แต่ที่เป็นสิ่งน่ารำคาญสำหรับเทรลนี้ก็คงเป็นสัตว์ตัวน้อย ที่ชอบกระดืบๆ โดยเฉพาะสาวๆ ที่กลัวมากเป็นพิเศษ ความหวังจึงตั้งอยู่เพียงหินก้อนน้อย Cool (อิอิ มักน้อยจัง)    undecided_1


นกในเทรลนี้นับว่าดีใช้ได้ แม้จะนานๆ มาทีก็ตาม ช่วงบ่ายเราลองเดินในเทรลสถานีวิจัย-น้ำตกสิรินธร ซึ่งเมื่อครั้งมาดูนกคราวก่อน นกดีมาก แต่คราวนี้กลับเงียบเหงา  :P

เราจึงออกมาเดินดูนกบริเวณถนนแทน เราได้เห็นลีลาการจับเหยื่อของเหยี่ยวค้างคาว Bat Hawk ที่พับปีกไปด้านหลัง คล้ายกับเครื่องบิน F-14 เพื่อจะเพิ่มความเร็ว เหยื่อที่มันเล็งครั้งนี้เป็นนกนางแอ่นเคราะห์ร้าย ที่ต้องมาเป็นเหยื่อแทนค้างคาวซึ่งปกติจะเป็นอาหารหลัก เมื่อใกล้เหยื่อมันก็กางกรงเล็บไปข้างหน้า ตรงเข้าไปจับ แต่งานนี้พลาด  ::)

ที่นี่นอกจากเหยี่ยวค้างคาวซึ่งเป็นเหยี่ยวที่มีลักษณะแปลกแล้ว เรายังสามารถพบเหยี่ยวที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกได้บ่อยๆ ด้วยมันคือ เหยี่ยวแมลงปอขาดำ Black-thighed Falconet ซึ่งมักจะเกาะอยู่ตามยอดไม้แห้งๆ คอยมองหาเหยื่อ ซึ่งได้แก่แมลงชนิดต่างๆ พอแมลงบินเข้ามาใกล้ๆ มันก็จะบินไปโฉบจับ แล้วก็กลับมากินที่ยอดไม้เช่นเดิม แต่บนยอดไม้แห้งก็ไม่ได้มีเพียงเหยี่ยวแมลงปอขาดำเท่านั้น บางทีก็จะเป็นที่หากินของนกหัวขวานที่แปลกอีกชนิดหนึ่ง นกหัวขวานแคระอกเทา Grey and Buff Woodpecker เป็นนกหัวขวานขนาดเล็ก หางสั้นมาก มันชอบเจาะตามกิ่งก้านของต้นไม้มากกว่าลำต้น โดยเฉพาะยอดสูงๆ เราจึงมักเห็นมันเกาะเป็นจุดกลมๆ บนกิ่งไม้  ^-^


แต่จุดบนต้นยวนต้นนี้ไม่ใช่นกหัวขวานครับ เป็นปมของต้นไม้ ฮ่าๆๆ หน้าแตก  Shocked
 
ใกล้จะหมดวันอีกแล้ว เมฆสีดำที่อุ้มเอาน้ำฝนมาจนอิ่ม เริ่มเคลื่อนเข้าใกล้ เราจึงรีบเดินทางกลับที่พักกัน เนื่องจากเราเอารถมาคันเดียว จึงไม่สามารถใส่คนเข้าไปได้หมด ผู้เสียสละก็คือพี่หนุ่มสุพรรณ กับเจ้าของรถ พี่วอมแบ็ท แม้เราจะเร่งเท่าไหร่ก็ไม่ทัน ฝนตกกลางทางเสียก่อน คนที่นั่งในรถก็พากันสงสารคนนั่งท้ายที่ต้องตากฝนมาก สงสารมาก  undecided_1 สงสารจนแก้มปริ  Grin ท้องแข็งกันทุกคนเลย  Cheesy

บันทึกการเข้า
Admin
Administrator
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 40


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 13:21 »

ระหว่างทางพี่โอ๋ยังอุตส่าห์เหลือบเห็นนกเกาะอยู่บนกิ่งไม้ เราก็จอดดูทั้งที่ฝนไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด แต่ก็คุ้มเพราะเราได้เห็นนกเงือกกรามช้างปากเรียบ Plain-pouched Hornbill กัน แม้จะต้องตากฝนดูก็ตามที  Sad

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของเราในบาลาแล้ว เหล้าก็หมด ไวน์ก็หมด เชคๆ ก็หมด แต่ของกินเหลือเพียบ วันนี้ท่านเฒ่านำเสนออาหารพิเศษทิ้งท้าย แกงจืดสาหร่ายกับเห็ดแชมปริยอง ผัดสะตอ ฯลฯ หลังจากข้าวสุก (ดิบ+ไหม้ = สุก สมการนี้เป็นจริงเสมอ)  ic-12 เราก็นั่งล้อมวงเตรียมจะทาน และแล้ว "จิ้งจก" เครื่องปรุงสุดท้ายของท่านเฒ่าก็หล่นจากหลังคา ลงกลางหม้อแกงจืดพอดี  Cry ท่านเฒ่าซึ่งรออยู่แล้วก็คว้าหมับ จิ้งจกเคราะห์ร้ายตัวนั้นก็หายไป (ยังสงสัยจนถึงเดี๋ยวนี้ว่าหายไปไหน)  ??? แต่แกงจืดหม้อนั้นของท่านเฒ่าก็อร่อยมากจริงๆ นะ  Grin


หน้าตาพ่อครัวครับ ส่วนหนวดนิ่มหรือไม่ ท่านเฒ่าบอกว่าต้องใช้แก้มเป็นตัววัดครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ  undecided_1


เช้าวันสุดท้าย เราตื่นกันแต่เช้ากันทุกคน อาจจะด้วยฤทธิ์ของแกงจืดจิ้งจก อิอิ วันนี้เราตกลงจะแยกกันเดิน บางคนจะไปที่โต๊ะโม๊ะ บางคนก็อยากเดินที่วัดภูเขาทอง ซึ่งผมก็เลือกจะเดินที่วัด ด้วยความหวังในตัวเจ้าคอสามสี ที่พระเฮดแบงเกอร์เคยเจอที่นี่ เราเดินดูนกไปตามถนนจากที่พักไปยังวัดด้วยบรรยากาศสุดยอด  huh_2



นกสารพันบินไปบินมาดูไม่เบื่อเลย เจ้าโพระดกคางแดง Red-throated Barbet สีสวยสด นกคัคคูพันธุ์อินเดีย Indian Cuckoo เจ้าของเสียงดัง ที่ร้องประกาศชื่อตัวเองจนลั่นหุบ เทรลหลังวัดวันนี้นกดีมาก เจ้านกกินแมลงป่าหางสั้น Short-tailed Babbler ออกมาเดินโชว์เครางามๆ ข้างๆ เทรล นกปลีกล้วยปากยาว Long-billed Spider-hunter ก็กำลังทำรังสวยอยู่ใต้ใบกล้วย พวกเราค่อนข้างจะแปลกใจเมื่อเห็นมันพยายามบินเข้ารัง มันสามารถบินนิ่งกลางอากาศเหมือนนกฮัมมิ่งเบิร์ดก่อนจะเข้ารัง และปากรังก็อยู่ทางด้านล่างของรังด้วย แปลกดีที่ไข่ของมันไม่ร่วงลงมา


วันนี้เราโชคดีที่มีต้นไม้กำลังออกลูกไม้สีเหลือง นกต่างๆ ก็พากันเข้ามากินลูกไม้ จนเราไม่ต้องเดินไปไหนเลย นกโพระดกคางแดงเกาะนิ่งอยู่ในพุ่ม พอหิวก็กิน พออิ่มก็พัก (ยังกับหนูตกถังข้าวสาร อิอิ เข้าท่าๆ ) นกปรอดนานาชนิด นกปรอดโอ่งแก้มเทา Grey-cheeked Bulbul นกปรอดโอ่งไร้หงอน Yellow-bellied Bulbul ก็ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามา รวมทั้งนกหายากอย่างนกกาฝากอกแดงด้วย เราเพลิดเพลินกับนกนานาชนิดอยู่พักใหญ่ พอละสายตาจากล้อง ก็ต้องตะลึง เมื่อนกสุดสวยอย่างเจ้านกกระเต็นน้อยหลังแดง Rufous-backed Kingfisher บินมาให้เกาะต่อหน้าต่อตา สีสันสุดยอด ลอยขาดจากพื้นป่าเลย  Sad


พี่โอ๋ตะลึงจนพูดไม่ออก ส่วนที่เป็นหนัก ก็พี่ borndecember ที่ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าได้ต่อไป   Grin

บันทึกการเข้า
Admin
Administrator
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 40


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 13:28 »

จากนั้น เราก็กลับมาเก็บของ ถึงเวลาจะต้องอำลาป่าบาลากันแล้ว น้าบูนกับเพื่อนก็มาอำลาเราด้วยอาการ…กรึ้ม แถมชวนเราอยู่ต่ออีกแน่ะ ต่อรองด้วยการยกลูกสาวให้ด้วย ลงทุนน่าดูเลย พับผ่าซิ   undecided_1


ช่วงบ่ายเราออกมาดูนกต่อที่ป่าพรุโต๊ะแดง นกดีมากเลย แม้จะมีฝนปรอยๆ ก็ตาม พอเข้าเดินในสะพานไม้ไม่นาน นกจับแมลงสีฟ้าพันธุ์มาเลเซีย Malaysian Blue Flycatcer ออกมาทั้งตัวผู้ตัวเมีย แถมยังพาลูกมาเลี้ยงอีกด้วย


นกกินแมลงป่าโกงกาง ที่มีอกขาวจ๊วะ เอื๊อก! นกจับแมลงหัวสีคล้ำ Sooty-capped Babbler กำลังร้องเสียงหวาน นกกินแมลงหลังฟู Fuffy-backed Tit-Babbler มาเกาะใกล้ๆ จนเห็นขนฟูที่ปีก ต่างก็หากินอยู่ข้างๆ ทาง แต่เราก็มีปัญหากับนกกินแมลงหางสั้นอยู่ตัวหนึ่ง ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นนกกินแมลงปากหนา Horsefield's Babbler หรือนกกินแมลงป่าฝน Abbott's Babbler เพราะมีคุณสมบัติปนกันไป แต่ก็ช่างเถอะ ในเมื่อบนยอดไม้เราโชคดีได้เห็นนกเงือกดำ Black Hornbill ทั้งตัวผู้ตัวเมียเกาะอยู่ ตัวผู้ปากใหญ่มากสีงาช้าง ส่วนตัวเมียปากเล็กสีดำ จนดูเผินๆ นึกว่าเป็นเหยี่ยวซะอีก
เช้าวันต่อมาเราเข้ามาดูนกที่ป่าพรุอีกครั้ง นกในป่าพรุช่วงเช้าน้อยกว่าตอนเย็นมาก แต่ผมก็โชคดีได้เห็นนกเปล้าใหญ่ Large Green Pigeon บินข้ามหัวไป นกปรอดสีไพลใหญ่ Olive-winged Bulbul พบเกลื่อนไปหมด เช่นเดียวกับ นกกินปลีคอแดง Crimson Sunbird ที่บินไปบินมาโชว์สีแดงที่สวยสุดๆ

ในเทรล นกกินแมลงนานาชนิดยังคงหาดูได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับนกจับแมลงสีฟ้าพันธุ์มาเลเซีย ที่มักชอบอยู่ใกล้ๆ สะพานแถมไม่ตื่นคนด้วย เราเดินเข้าไปในเทรลกำลังซ่อมแซม เจอนกหัวขวานจิ๋วอกแดง Rufous Piculet กำลังเลี้ยงลูก ลูกของมันมีสีเทาๆ ขนปุย น่ารักดี

เดินดูนกกันเพลินๆ พี่ต่ายสะดุดตากับแมลงตัวนึงที่เกาะอยู่ที่ต้นหมากงาช้าง ข้างสะพาน
" น่าจะเป็นตัวเมียของหิ่งห้อยนะ "
" แมลงกระสือเหรอพี่ อืม มันต้องมี 6 ขานะพี่ "  ???
" ไหน เอามาดูซิ " พูดไปพลางเอามือไปหยิบ
" อ้าว ขาเพียบเลย สงสัยจะเป็นพวกตะขาบ ตะเข็บ มากกว่า คงไม่ใช่หิ่งห้อย " พี่วอมแบ็ทบรรยายไป พร้อมเคล้าคลึงเจ้าแมลงตัวน้อยไป จนมัน..
" ยี้ มันพ่นอะไรใส่มือพี่แนะ "  :P
" ว้า แย่จัง " แต่ด้วยความเคยชินที่เป็น ดร. ทางประมง เสียงน้ำก็ดัง " ต๋อม "   Shocked
" อุ้ย ลืม ไปโยนมันทิ้งน้ำทำไม โทษทีๆ ฮ่าๆๆๆๆ "    undecided_1


กำลังเดินดูนกกันเพลินๆ ก็ได้ยินเสียง " เปี้ยว ๆๆ " หูก็ผึ่งในทันใด คลับคล้ายว่าจะเป็นเสียงนกแต้วแล้ว ทำเอาทุกคนรีบวิ่งมาดู  Cool แต่ดันเจอคนตอหลอ ทำเสียงนกแต้วแล้วแทน จำไว้ๆ เลยพ่อหนุ่ม_สุพรรณ แฮกๆ จำไว้ๆ  Kiss


ก่อนจะกลับกรุงเทพ เราตกลงจะแวะดูนกที่กรุงชิงกันก่อน เพื่อไม่ให้เหนื่อยกับการขับรถเกินไป เรานอนที่บ้านท่านเฒ่าทารก ก่อนจะออกไปดูนกกันแต่เช้า วันนี้นกที่กรุงชิงดีมาก เพียงแค่ไม่ถึง 3 ชม. เราพบนกเกือบ 60 ชนิด นกเด่นๆ ก็ นกปลีกล้วยหูเหลืองเล็ก Yellow-eared Spider-hunter นกจอกป่าหัวโต Brown Barbet นกจับแมลงตะโพกเหลือง Yellow-rumped Flycatcer และนกตัวใหม่ของผม อิอิ ตามมานาน นกจับแมลงสีน้ำตาลแดง Ferruginous Flycatcher


หลังจากส่งพี่วอมแบ็ทแล้ว เราก็ค่อยๆ เดินทางกลับบ้าน แม้จะมีอุปสรรคบ้างกับโรคกลัวที่แคบของพี่โอ๋ แต่เราก็ยัดชีวิตทั้งห้าลงเจ้าเสือด่างเดินทางกลับบ้านกันสำเร็จ เหลือเพียงแต่ การเก็บวันเวลาที่ดี แม้เป็นแค่หยาดหยดเล็กๆ แต่ก็มีค่าเมื่อยามได้คิดถึง … ถ้าพูดตรงๆ ก็โครตสนุกเลยครับ อิอิ

เรื่อง… ชายเมืองสิงห์
ถ่ายภาพ … หนุ่ม_สุพรรณ และ ชายเมืองสิงห์
วาดภาพ … พี่โอ๋
ผู้แสดง … พี่วอมแบ็ท ,พี่นกศรีราชา , พี่ borndecember , ท่านเฒ่าทารก , พี่โอ๋ , ชายเมืองสิงห์ , หนุ่มสุพรรณ และ น้องหนุ่ย

12-19/4/46




บันทึกการเข้า
ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5118


vetida@hotmail.com
« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 20:49 »

555555555


ตายจริง ... กาลเวลาผ่านไป 4-5 ปี

พวกเราช่างไม่เปลี่ยนไปเลยนิ  b_no
บันทึกการเข้า
born
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 11:47 »

งึ้ยยยย  a_1775465297 กลุ่มคนที่มีความหลัง ไม่ค่อยแก่เล้ย  a_1133770389
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 16:06 »

 b_baby อยากไปๆ อีก

ตั้งแต่เมษา ปี 46 b_scare ห้าปีแล้ว   ที่เราไม่ได้ไป ฮาลาบาลา เลย


 b_f ใครเป็นคนทำเนี่ย
บันทึกการเข้า
Unravel
กะเต็นขาวดำใหญ่
****
กระทู้: 667



« ตอบ #10 เมื่อ: วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 20:26 »

สมัยนั้นยังเรียกลุง ช. ยังเรียก พี่โอ๋ อยู่เลย
อดูตช่างหอมหวานจริงๆ b_bigeye
บันทึกการเข้า

tor
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 1063



เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2008 เวลา 18:48 »

คิดถึงฮาลาบาลาเหมือนกัน

มาฮามากตรงรูปที่พี่หนุ่มสุพรรณทำเสียงแต้วแล้ว แล้วคนวิ่งมาดูเป็นพรวน
มันใกล้เคียงความจริงซะจนน่ากลัว ฮ่าฮ่า

 b_bigcry
บันทึกการเข้า
smax13
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 2


อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: วันที่ 04 ตุลาคม 2010 เวลา 15:22 »

ขอบคุณครับ  น่าสนใจมากครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!