ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 24 พฤษภาคม 2017 เวลา 01:42
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

+  My Community
|-+  กระดานต่างๆ
| |-+  พูดคุยประสาคนดูนก (กระดานหลัก)
| | |-+  Valley of Flowers ... <3>... Breathtaking beauty
หน้า: [1] 2 พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: Valley of Flowers ... <3>... Breathtaking beauty  (อ่าน 26990 ครั้ง)
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 22:41 »


วันนี้เราจะเข้าไปเที่ยว Valley of Flowers แล้ว 


เนื่องจากวันนี้เราออกกันสาย เพราะตรากตรำมาจากเมื่อวาน เราก็เลยดูนกแถวๆ โรงแรมกันก่อน นกดีทีเดียว นกเจ้าประจำก็คือ Plumbeous Redstart กับ White-capped Water-Redstart ส่วนขาจรก็มี Bar-tailed Treecreeper , Coal Tit , Himalayan Bluetail , Lemon-rumped Leaf-Warbler แต่ที่ชอบที่สุดคือ White-cheeked Nuthatch   ซึ่งน่ารักมากๆ เลย



* Treecreeper.jpg (87.17 KB, 454x670 - ดู 1312 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 22:45 »


เราเริ่มเดินจากที่พักผ่านแค้มป์ของลูกหาบ ซึ่งจะมาตั้งแค้มป์ชั่วคราวที่ริมแม่น้ำ สภาพแค้มป์ขอไม่อธิบาย ถนนช่วงนี้จะเต็มไปด้วย ขี้ม้า   ม้าเป็นสัตว์ที่ขี้ไม่เป็นที่เป็นทาง แต่กลับ ฉี่เป็นที่ จุดม้าฉี่จะเหม็นโหดร้ายมาก  a_1133770387 กลิ่นแอมโมเนียรุนแรงชนิดถ้าสูดเข้าไปเต็มๆ ปอดมีหวังเป็นลม

พอถึงด่าน แทนที่เราจะตรงไปเหมือนกับเมื่อวาน เราจะเลี้ยวซ้าย เดินไปอีกราว 50 เมตรก็จะเจอด่านของทางอุทยาน เราชำระค่าธรรมเนียม 350 รูปี ซึ่งจะสามารถเข้าได้สามวัน สามวันจากนี้เราก็เลยเข้าทุกวัน จนเจ้าหน้าที่จำหน้าได้ พอเข้ามาในอุทยานก็เหมือนสวรรค์ เพราะแทบไม่มีคนเลย มีแค่ธรรมชาติกับเราเท่านั้น  huh_2

มีนักดูนกชาวอินเดียมาดูนกที่นี่เหมือนกัน เราเจออยู่สองกลุ่ม ตอนแรกว่าจะพึ่งพาซะหน่อย แต่พี่แกดูจะมั่วกว่าเราอีก  ไอเดนเป๋มากๆ  แต่นิสัยดี  cute



* Day3_1.jpg (34.48 KB, 454x670 - ดู 1313 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 22:48 »

จากด่านเราต้องเดินราว 3 กม. ถึงจะถึงทางเข้า VoF   ทางเดินช่วงแรกๆ  จะเรียบผ่านป่าสน นกดีใช้ได้ ผมเจอ Red-billed Leiothrix , Red-headed Bullfinch , Chestnut-tailed Minla , Stripe-throated Yuhina , Rufous-vented Tit , Spot-winged Tit , Slaty-blue Flycatcher ฯลฯ



Red-headed Bullfinch นกที่ชอบและอยากเห็นที่สุดในทริปนี้ เจอทุกวัน วันละหลายๆ รอบแต่ไม่เบื่อที่จะดูเลย



* Bullfinch.jpg (109.23 KB, 770x520 - ดู 1285 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 22:51 »


จริงๆ นกใน VoF ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเป็นช่วงฤดูร้อน นกเทพๆ พวกไก่ต่างๆ พากันขึ้นไปอยู่บนที่สูงกันหมด ไกด์บอกว่า ต้องมาฤดูหนาวถึงจะได้เห็น แถมเอารูปนกหายากมาให้เราดูเยอะแยะเลย ทั้ง Monal  , Pheasant   , Finch , Bunting แถม Grandala เป็นฝูงกลางหิมะ   สวยมากๆ



Rufous-vented Tit นกชอบอีกชนิด เป็นนกใหม่ด้วย  a_1133770353


* Tit_Rufous_vent.jpg (78.06 KB, 770x520 - ดู 1303 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 23:00 »

Valley of Flowers เป็นหุบเขาที่ทอดตัวจากทิศตะวันออก ไปทิศตะวันตก รอบล้อมด้วยภูเขาสูง โดยบริเวณหุบเขาจะมีความสูงตั้งแต่ 3,400 – 6, 700 เมตร
ทางทิศเหนือจะเป็นภูเขานิลคีรี Nilgiri Parvat ( 6,479 เมตร)
ทิศตะวันออกเป็นภูเขา Rataban Parvat ( 6,126 เมตร) และ Gauri Parvat ( 6,708 เมตร )
ทิศตะวันตกเป็นภูเขา Kunt Khal (4,430 เมตร) 
ส่วนทิศใต้เป็นภูเขา Saptashinga (5038 เมตร) ซึ่งกั้น VoF กับ Hemkund Valley

ที่ปลายสุดทางตะวันออกจะมีธารน้ำแข็ง (Garcier) ใหญ่ ชื่อ Tipra ซึ่งจะละลายมาเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่าน VoF ซึ่งแม่น้ำนี้ชื่อว่า แม่น้ำบุปผาวตี Pushpawati แปลว่า River of Flowers



ดูแผนที่ดาวเทียมกันหน่อย แถบแดงๆ คือ Valley of Flowers ส่วนจุดสีน้ำเงินคือ Hemkund
แถบขาวใหญ่ทางขวาของ Valley of Flowers คือธารน้ำแข็ง Tipra
จุดสีแดงคือเมือง Ghangaria




* Valley-map.jpg (146.12 KB, 538x625 - ดู 1310 ครั้ง.)

* v-trekmap.jpg (107 KB, 651x418 - ดู 1279 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 23:05 »


เราข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ Pushpawati   จากนั้นก็เดินเลาะแม่น้ำนี่มาเรื่อยๆ ผ่านธารน้ำแข็งขนาดเล็ก ซึ่งปีนี้ขนาดเล็กลงมาก เพราะเมื่อปีก่อนหิมะไม่ตกเลย ทำให้ธารน้ำแข็งบริเวณนี้หดสั้นลง ไกด์บอกว่า ธารน้ำแข็งใหญ่หดหายไปกว่า 5 กม. เลยทีเดียว



เดินตามแม่น้ำ Pushpawati


* Day3_4.jpg (133.21 KB, 770x520 - ดู 1283 ครั้ง.)

* Day3_2.jpg (62.19 KB, 770x520 - ดู 1287 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 23:07 »


  ช่วงที่เราไปโชคดีมากๆ ที่ไม่มีฝนตกเลย และบางเวลาฟ้าก็ใสมากจนเห็นยอดภูเขาที่เป็นหิมะ ภาพนี้จริงๆ แล้วยากจะได้เห็นในช่วงฤดูนี้ แต่เราเห็นภูเขา  Rataban Parvat กันเต็มๆ  ส่วนที่เห็นขาวๆ ใต้ภูเขาคือธารน้ำแข็ง



* Day3_24.jpg (107.61 KB, 770x520 - ดู 1262 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 23:11 »


เราเดินข้ามแม่น้ำกลับไปอีกครั้งก็จะเข้าสู่ Valley of Flower ครั้งแรกที่เห็นวิวนี้ ชาวอินเดียที่อยู่ข้างๆ บอกว่า “Breathtaking beauty “
ผมไม่รู้ความหมายว่ามันลึกซึ้งขนาดไหนหรอก  a_Drooling
ผมก็พูดบ้างว่า “ โครตสวยเลย  คุ้มค่าที่จะตายได้แล้ว “ ก็หวังว่าแขกจะเข้าใจ   Cheesy




* Day3_9.jpg (123.34 KB, 770x520 - ดู 1269 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
myanmar
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 1400


อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 23:14 »

ปาดดดดดดดดดดดด ด้วยความง่วง  11891752340

พรุ่งนี้มาอ่านเด้อค๊า...... huh_2
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 23:42 »


งั้นพักครึ่งดีก่า คนเขียนก็ง่วง  b_sweat
บันทึกการเข้า
Unravel
กะเต็นขาวดำใหญ่
****
กระทู้: 667



« ตอบ #10 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 23:46 »

ปาดดดด มั่ง

รูป bullfinch สวยกระชากวิญญาณมากๆอ่ะ huh_2
บันทึกการเข้า

Unravel
กะเต็นขาวดำใหญ่
****
กระทู้: 667



« ตอบ #11 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 23:46 »

อ้าว พักซะงั้น5555
บันทึกการเข้า

ป้าโอ๋
Global Moderator
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 5119


vetida@hotmail.com
« ตอบ #12 เมื่อ: วันที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 23:59 »

อ๋าวว มีงี้ดั้วะ   





 


บันทึกการเข้า
บี้จี้
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 3067



« ตอบ #13 เมื่อ: วันที่ 04 กันยายน 2009 เวลา 00:20 »

กะรังว่าจะเข้ามาเชียร์อยู่เชียว 11816518640

แต่ก็ต้องไปนอนเหมียนกัน พรุ่งนี้ไม่อยู่แต่เช้ากลับมาก็มืดเลย ไว้กลับมาอ่านต่อละกันครับ b_bigeye


เชียร์หน่อย.....น้าชอ สู้ๆ a_1133770353
บันทึกการเข้า
mr.december
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 1947



อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: วันที่ 04 กันยายน 2009 เวลา 03:59 »

อุตส่าห์นอนก่อน เตรียมตัวมาอ่านรวดเดียวตอนเช้าอ่ะ  11816518640

breathtaking จริง ๆ ครับ  11804416990 นี่ ขนาดยังไม่ถึงดอกไม้เลยนะครับเนี่ย  b_bigeye
บันทึกการเข้า
jucgroo
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 880



« ตอบ #15 เมื่อ: วันที่ 04 กันยายน 2009 เวลา 04:48 »

 1b38f9e2 คนแก่นี่แรงน้อยจริงๆ  undecided

โดนอย่างแรง ทั้งวิว ทั้งนก  ทั้งเอ็ดดูเท็นเม้นท์  11804416990

โดยเฉพาะบูลฟิ้นท์ตัวนั้น ก็กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด สัก หนึ่งนาทีครึ่ง 11804416990
บันทึกการเข้า
StrayBird
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 612



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: วันที่ 04 กันยายน 2009 เวลา 10:36 »

โดว่ ทำมาบ่น รูปไม่สวย  a_1133770368
บันทึกการเข้า
Tiger Hoyyyyyy
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #17 เมื่อ: วันที่ 04 กันยายน 2009 เวลา 10:52 »

   หมดแรงอีกแล้ว....ยกนี้ว่าจะชมซักหน่อย ออกหมัดสวยๆ ได้สองสามหมัด  หมดแรงซะแย้ว....... 11891752340
บันทึกการเข้า
บี้จี้
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 3067



« ตอบ #18 เมื่อ: วันที่ 04 กันยายน 2009 เวลา 23:01 »

นกคมกริ๊บ วิวสุดยอด ข้อมูลแน่นปึ้ก   

ยังนั่งเบียดอยู่แถวหน้ารอชมอยู่นะครับ b_bigeye
บันทึกการเข้า
Unravel
กะเต็นขาวดำใหญ่
****
กระทู้: 667



« ตอบ #19 เมื่อ: วันที่ 05 กันยายน 2009 เวลา 15:51 »

นี่แอบพักไปซะนานเลยนะน้า ช. ระวังมันจะขาดตอนนนน kapook-17343-3584
บันทึกการเข้า

Mor Mong
VIP
กะเต็นแดง
***
กระทู้: 356



อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: วันที่ 05 กันยายน 2009 เวลา 21:22 »

รอจน popcorn เย็นชืดหมดแล้ว
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #21 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 21:20 »

 Cheesy ปล่อยให้อึดอัดกันนิดหน่อย

จริงๆ เกิดอารมณ์ไม่มั่นใจสิ่งที่เขียนเพราะรีบมาก รู้สึกว่าเขียนไม่ได้เรื่องเลย ก็เลยเบรคไว้ว่าจะเขียนใหม่  พอดีเสาร์อาทิตย์นี้ไม่ได้ไปไหน กลับบ้าน กลับไปนอน ดูทีวี อารมณ์ดีก็เขียน    undecided

ต่อล่ะนะ ขออภัยที่อารมณ์สะดุด  a_Drooling 
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 21:26 »

Valley of Flowers ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยในเขตที่เรียกว่า Chamoli Garhwal อยู่ทางเหนือของประเทศอินเดีย ในรัฐ Uttaranchal ซึ่งตอนนี้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก เรียกว่า Nanda Devi Biosphere Reserve ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 2 แห่งคือ Nanda Devi และ Valley of Flowers นอกจากนี้ก็ยังประกอบกับพื้นที่โดยรอบอุทยานด้วย เนื่องจากมีธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์มาก โดยมีจุดเด่นคือ ยอดเขานันทาเทวี Nanda Devi ซึ่งสูง 7,817 เมตร สูงที่สุดในอินเดีย และเป็นอันดับที่ 23 ของโลก




* Day3_32.jpg (145.18 KB, 770x520 - ดู 1073 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 00:41 โดย ชมส. » บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #23 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 21:32 »


เรารู้ว่าเทือกเขาหิมาลัยยิ่งใหญ่ โดยมียอดเขาที่สูงที่สุดในโลกคือยอดเขา Everest ซึ่งสูง 8,850 เมตร แต่การมียอดเขาสูงที่สุดไม่ได้เป็นความยิ่งใหญ่ของหิมาลัยที่แท้จริง หิมาลัยยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก ยอดเขาที่สูงกว่า 7,000 เมตรในโลกนี้  ซึ่งมีร้อยกว่ายอด อยู่ที่นี่ทั้งหมด    และในจำนวนนี้มี 14 ยอดที่สูงกว่า 8,000 เมตร ที่นี่จึงเป็นยอดหลังคาของโลก มีธารน้ำแข็งกว่า 15,000 สาย มากที่สุดรองจากขั้วโลก และเก็บน้ำจืดไว้มากมาย จนเป็นต้นน้ำให้แม่น้ำสำคัญที่สุดของเอเชียหลายสาย ตั้งแต่ทางตะวันตกคือ แม่น้ำสินธุ   ไล่มาทางตะวันออกได้แก่ แม่น้ำยมุนา แม่น้ำคงคา แม่น้ำพรหมบุตร แม่น้ำอิระวดี แม่น้ำสาระวิน แม่น้ำโขง แม่น้ำแยงซีเกียง และแม่น้ำฮวงโห หล่อเลี้ยงคนกว่า 1.5 พันล้านคน   




ภาพพี่ประสิทธิ์ กะลังชี้ว่าจะไปทางนู้นนนน..... เท่มาก  kapook-17393-4240


* Day3_10.jpg (117.25 KB, 770x520 - ดู 1113 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #24 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 21:38 »

แม้ว่าเทือกเขาหิมาลัยจะยิ่งใหญ่ แต่กลับเป็นเทือกเขาที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก คือประมาณ 50 ล้านปี  b_scare จุดกำเนิดของเทือกเขาหิมาลัยต้องย้อนเวลาไปสมัยสองร้อยล้านปีก่อน ที่โลกเรายังเป็นหนึ่งเดียว มีทวีปเดียวคือ พังเจีย Pangaea   จากนั้นเปลือกโลกก็เคลื่อนตัวแบ่งแยกแผ่นดินออกเป็นสองทวีปใหญ่คือ ทวีปลอเรเซีย Laurasia อยู่ทางเหนือ และทวีปกอนด์วานา Gondwana อยู่ทางใต้ จนเมื่อราว 135 ล้านปีก่อน Gondwana ก็เริ่มแตกออกเป็นแผ่นดินเล็กๆ ได้แก่ แผ่นดินอเมริกาใต้ แอฟริกา อารเบีย อินเดีย มาดากัสการ์ แอนตาร์คติกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

พอแตกออกมา แผ่นดินอินเดียก็เดินทางขึ้นไปทางเหนือ จนเมื่อ 70 ล้านปีก่อน ก็เริ่มชนกับแผ่นดินยูเรเซีย Eurasia ของทวีปลอเรเซีย ที่อยู่ทางเหนือ  และเมื่อแผ่นดินทั้งสองก็ชนกันจริงๆ ก็ทำให้มหาสุมทร Tethys ที่กั้นแผ่นดินทั้งสองแห้งหายไป  แผ่นดินอินเดียค่อยๆ มุดเข้าไปใต้ที่ราบทิเบต Tibettan Plateau ขณะที่ชั้นหินตะกอนใต้มหาสมุทร Tethys ก็ย่นตัวและยกระดับสูงขึ้นเป็นเทือกเขาหิมาลัย ทุกวันนี้แผ่นดินอินเดียก็ยังมุดเข้าไปใต้ที่ราบทิเบต และเทือกเขาหิมาลัยก็สูงขึ้นทุกๆ วัน  


* platmovhist_s.jpg (77.98 KB, 700x573 - ดู 1571 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 16:45 โดย ชมส. » บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 21:42 »


แผ่นดินอินเดียจะเป็นที่ราบเสียส่วนใหญ่ ตามด้านล่างของภาพ ส่วนทางด้านบนของภาพคือ ที่ราบทิเบต ก็ยกตัวสูงขึ้นจนเป็นที่ราบสูงที่สุดของโลก ส่วนรอยปะทะของสองแผ่นดินก็กลายมาเป็นเทือกเขาหิมาลัย



* Himalaya_composite_s.jpg (82.82 KB, 700x353 - ดู 1117 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 21:47 »

เทือกเขาหิมาลัยจึงประกอบด้วยหินตะกอนหรือหินชั้นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเราก็เห็นหลักฐานการชนครั้งนี้ตลอดการเดินทาง นั้นคือชั้นหินที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ และทำมุมขนานกัน โดยชั้นหินด้านทิศใต้จะสูงกว่าชั้นหินด้านทิศเหนือ แสดงว่าการชนมาจากทางทิศใต้ หินตะกอนเป็นหินที่ไม่แข็งแรง จึงเป็นสาเหตุให้ภูเขาบริเวณนี้ถล่มอยู่บ่อยๆ เราหยิบหินที่หล่นอยู่ตามพื้นขึ้นมาดูก็พบว่ามันเปราะจริงๆ แม้แต่ใน Valley of Flowers ก็มี Landslide อยู่บ่อยๆ จนเจ้าหน้าที่อุทยานต้องเข้าไปตรวจเส้นทางทุกเช้าก่อนเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม




ช่องเขาที่แม่น้ำ Pushpawati ไหลผ่าน จะเห็นว่ามีหินถล่มอยู่มากมาย และตามหน้าผาจะเห็นว่าหินมีลักษณะเป็นชั้นๆ ขนานกัน โดยทางด้านไกล คือทิศใต้ ชั้นหินจะสูงกว่า


* Day3_5.jpg (145.08 KB, 770x520 - ดู 1095 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 21:51 »



หลักฐานอีกอย่างหนึ่งนั้นคือการพบซากฟอสซิลของสัตว์ทะเลหลายชนิดบนเทือกเขาสูงของหิมาลัย โดยเฉพาะพบ ซากฟอสซิลบรรพบุรุษของวาฬ ที่มีอายุถึง 50 ล้านปี แสดงให้เห็นว่าเทือกเขาหิมาลัยครั้งหนึ่งเคยเป็นทะเล และจากความไม่แข็งแรงของหินในเทือกเขาหิมาลัย เมื่อเจอกับการกัดเซาะของน้ำ ธารน้ำแข็ง ก็ทำให้เกิดหุบเขาขึ้นมากมายในเทือกเขาหิมาลัยและ Valley of Flowers ก็เป็นหนึ่งนั้น







* Day3_7.jpg (135.49 KB, 770x520 - ดู 1090 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #28 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:01 »

Valley of Flowers ถูกพบครั้งแรกเมื่อปี 1862 โดยพันเอก Edmund Smyth แห่งกองทัพอังกฤษ ครั้งนั้นยังใช้ชื่อว่า Pushpawati Valley แต่ชื่อเสียงของ VoF โด่งดังขึ้นมา เมื่อนักปีนเขา Flank Smythe ได้มาพบเข้าในปี 1931  หลังจากกลับจากการปีนเขา Mt. Kamet เสร็จ และหลงทางมาพบเข้า เขาตะลึงในความงามของหุบเขานี้ และนำไปเขียนหนังสือ “ The Valley of Flowers “ ขึ้นในปี 1938 ซึ่งท่อนหนึ่งเขาบรรยายไว้ว่า

“ I hope generously, my ignorance must judge for myself whether the Bhyundar Valley deserves its title the Valley of Flowers. Others will visit it, analyze it and probe it but, whatever their opinions, to me it will remain the ‘ Valley of Flowers ‘ a valley of peace and perfect beauty where the human spirit may find repose “




ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร สำหรับผมแล้วที่นี่คือ หุบเขาแห่งดอกไม้ หุบเขาแห่งความสงบและความงดงามเป็นที่สุด ที่ซึ่งจิตวิญญานของมนุษย์จะพบความสุขสงบชั่วนิรันดร์  b_bigcry


* Vof1.jpg (105.63 KB, 820x463 - ดู 1047 ครั้ง.)

* Day3_29.jpg (121.07 KB, 454x670 - ดู 1072 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #29 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:05 »


และในปี 1939 Joan Margrett Legge จาก Royal Botanic Gardens Kew of England ได้มาที่นี่ เพื่อเก็บพรรณไม้ แต่โชคไม่ดี ขณะที่เก็บพรรณไม้บนหน้าผา เธอได้พลัดตกลงมาและเสียชีวิต หลุมศพของเธออยู่ริมแม่น้ำ Pushpawati  และที่ป้ายหลุมศพมีคำจารึกว่า “ I will lift up mine eyes unto the Hill from whence cometh my help “ (เป็นประโยคจาก Bible ยากเกินจะแปล)





* Day3_31.jpg (129.13 KB, 770x520 - ดู 1033 ครั้ง.)

* Day3_3.jpg (53.73 KB, 454x670 - ดู 1081 ครั้ง.)

* Day3_12.jpg (30.93 KB, 770x520 - ดู 1058 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #30 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:12 »


 kapook-16860-4612 ภูมิอากาศของ VoF จะเป็นแบบอัลไพน์ มีฤดูร้อนสั้น และมีฤดูหนาวยาวนาน โดยจะมีหิมะปกคลุมนาน 7 เดือนต่อปี ซึ่งพืชพรรณทุกชนิดจะอยู่ใต้หิมะ จนถึงเดือนมิถุนายนหิมะจะละลายและพืชพรรณต่างๆ จะเริ่มออกดอกเพื่อแพร่พันธ์ ซึ่งกินเวลาประมาณ 4-5 เดือน ซึ่งช่วงนี้ของปีจะมีฝนตกเกือบทุกวัน โดย 73 % ของพื้นที่ VoF จะเป็นธารน้ำแข็ง อีก 21 % จะเป็นพืชอัลไพน์ และอีก 6 % จะเป็นป่า โดยส่วนใหญ่จะเป็นป่า Birch ในช่วงเวลาที่เราเที่ยวต้องบอกว่าเป็นเวลาของการผสมพันธ์ ทุกชีวิตทั้งพืชและสัตว์ต่างก็กระฉับกระเฉง เราพบแมลงมากมายผสมเกสรให้พืช เวลาที่เราถ่ายภาพดอกไม้ก็มักมีแมลงทั้งผึ้ง ทั้งแมลงวัน เข้ามาเกาะดอกไม้อยู่เสมอ



* Day3_14.jpg (93.21 KB, 770x520 - ดู 1059 ครั้ง.)

* Day3_15.jpg (58.5 KB, 453x670 - ดู 1039 ครั้ง.)

* Day3_16.jpg (63.84 KB, 770x520 - ดู 1050 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #31 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:18 »


  อากาศในนี้แปรปรวนมาก มีหมอก มีเมฆ บางทีก็แดดออก เพราะบริเวณนี้เป็นแนวปะทะของอากาศเย็นจากทางที่ราบทิเบต ซึ่งจะโดนเทือกเขาสูงกั้นไว้ กับลมมรสุมที่มีความชื้นและอุณหภูมิสูงที่พัดขึ้นมาจากทางใต้ ผ่านช่องเขาเข้ามา อากาศที่มีความชื้นเมื่อปะทะกับอากาศเย็นที่เทือกเขากั้นไว้ จึงทำให้เกิดเป็นหมอก เราจึงเห็นหมอกลอยเข้ามาตามช่องเขาอยู่ตลอดเวลา มันลอยไหลเหมือนกับน้ำ คลอเคลียไปตามหน้าผา มีปะทะ ม้วนวน ทิ้งตัว ลอยขึ้น เหมือนกับการร่ายรำ เป็น ระบำของฟ้า ซึ่งถ้าชุดไหนสวยๆ เราก็จะหยุดนั่งมองมันอย่างเพลิดเพลิน   b_bigeye



* Day3_8.jpg (72.7 KB, 770x520 - ดู 1067 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Unravel
กะเต็นขาวดำใหญ่
****
กระทู้: 667



« ตอบ #32 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:21 »

เย้ กลับมาแล้ว huh_2
บันทึกการเข้า

ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:23 »


ด้วยความยิ่งใหญ่ และยากที่จะเข้าถึงของเทือกเขาหิมาลัย ชาวฮินดูจึงเชื่อว่า ที่นี่เป็นที่อยู่ของเทพต่างๆ ในแต่ละแห่งจึงมีตำนานเกี่ยวกับเทพเจ้าของเขาเคียงข้างกับธรรมชาติอยู่เสมอ  แม้แต่ใน Valley of  Flower ก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทพของชาวฮินดู ในเรื่องรามเกียรติ์  ตอนศึกกุมภกรรณ หลังจากพระลักษณ์ต้องหอกโมขศักดิ์ของกุมภกรรณ น้องของทศกัณฐ์ ซึ่งพระพรหมให้พรว่าหอกนี้ถ้าโดนใครแล้วจะดึงออกไม่ได้ พระยาพิเภกจึงให้หนุมานมาหา ยาสังกรณีตรีชวาล Sanjivani ซึ่งเป็นยาแก้ มาชโลมบาดแผลพระลักษณ์  ตามตำนาน หนุมานได้มาเก็บยานี้ที่ Valley of Flowers นี่เอง  ทำให้บริเวณใกล้ๆ VoF หลายแห่งมีชื่อของ หนุมาน Hanuman อยู่




* Day3_19.jpg (46.46 KB, 770x520 - ดู 1051 ครั้ง.)

* Day3_21.jpg (124.94 KB, 770x520 - ดู 1070 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #34 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:29 »

ยังไม่หมด พอเสร็จศึกกุมภกรรณ พระลักษณ์ของเราไม่เข็ด รบอีก คราวนี้รบกับ อินทรชิต ลูกของทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นยักษ์ที่เก่งที่สุด  a_1133770387 ก็เหมือนเดิม คราวนี้พระลักษณ์โดน ศรพรหมมาสตร์ ของอินทรชิต เดี้ยงอีก  a_485c3a61 เดือดร้อนหนุมานต้องไปหายาอีกแล้ว คราวนี้เดือดร้อนกว่าเก่า เพราะว่าที่เขาอาวุธ (ชาวอินเดียเรียกว่าเขา Gandhamadan)  ที่มียาแก้ศรพรหมมาสตร์ ดันมีกงจักรหมุนรอบเขาอยู่ ทำให้เข้าไปเก็บยาไม่ได้  หนุมานก็เลยยกทั้งภูเขาไปที่เกาะลังกา   b_scare แล้วก็เทยาจากภูเขาให้พระลักษณ์ ก่อนจะนำพระลักษณ์กลับมารักษาตัวที่ทะเลสาบ Hemkund  ซึ่งภูเขาชื่อ  Gandhamadan มีอยู่จริง อยู่ทางด้านหลัง เขา Kunt Khal ทางตะวันตกของ VoF


( ปล.  อิอิ.. มีความแตกต่างระหว่างรามเกียรติ์ของไทยกับรามายนะของอินเดียนิดนึง คือ ในเรื่องรามายนะ ยาที่นำมารักษาพระลักษณ์ซึ่งโดนศรของอินทรชิต indrajit จะชื่อ Sanjivani อยู่ที่เขา Gandhamadan แต่หนุมานลืมว่าต้น  Sanjivani หน้าตาเป็นอย่างไร ก็เลยยกมาทั้งภูเขา , ส่วนตอนพระลักษณ์โดนหอกโมขศักดิ์ของกุมภกรรณ Kumbhakarna ไม่มีในรามายนะ แต่มีในรามเกียรติ์ ก็คงมีการแต่งเพิ่มเติม แต่เราคงชินกับรามเกียรติ์มากกว่า ก็เลยคุ้นว่าสังกรณีนำแก้หอกโมขศักดิ์ ) 


* Day3_17.jpg (94.16 KB, 770x520 - ดู 1039 ครั้ง.)

* Day3_18.jpg (44.16 KB, 770x520 - ดู 1024 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 20:42 โดย ชมส. » บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #35 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:34 »

  ไกด์ของเราก็เลยพาเรากินสมุนไพรไปหลายขนาน บางชนิดก็มีกลิ่นและรสคล้ายอาหารอินเดีย บางชนิดก็เหมือนเครื่องเทศฝรั่ง เช่นใบ Thyme ( ขอบคุณพี่หม่อง) บางชนิดก็เหมือนกระเทียม ทั้งที่เจ้าสมุนไพรพวกนี้ ส่วนใหญ่เป็นแค่ใบไม้ ใบหญ้า แต่บางชนิดก็เป็นลูกไม้ที่มีรสอร่อย แต่ก็มีลูกไม้ที่รูปร่างหน้าตาคล้ายกันแต่เป็นพิษ กินแล้วตาย  haunted เราไม่ค่อยอยากกินเลย กลัวพี่ไกด์เราจะหยิบผิดจัง

สมุนไพรหลายชนิดไกด์ของเราจะเก็บใส่ในขวดน้ำ เวลาดื่มจะมีกลิ่นหอมๆ และมีรสหวานอ่อนๆ  huh_2 วันนี้เราชิมหญ้าไปหลายชนิดเลย ( รู้สึกเป็นวัว ยังไงไม่รู้ ) แต่ระหว่างที่กินหญ้า เราก็เห็น นกอินทรีทอง Golden Eagle บินอยู่ที่หน้าผาของเขา Nar Parvat ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นแค่ Himalayan Griffon ที่เราเจอบ่อยๆ แต่พอส่องเข้าก็ขนลุก เพราะเป็นนก ตัวที่อยากเห็นมากอีกชนิดหนึ่ง




เขา Nar Parvat


* Day3_11.jpg (76.94 KB, 870x457 - ดู 1027 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 16:44 โดย ชมส. » บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #36 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:37 »


เราเดินลึกเข้าไปหุบเขาเรื่อยๆ สองข้างทางมีดอกไม้เต็มไปหมด จนผมถึงกับบอกว่า “ เราไม่สามารถละสายตาจากดอกไม้ได้เลยนะ “  ทุกวินาทีที่เราลืมตา ต้องเห็นดอกไม้หลากหลายชนิดและสีสัน สลับผลัดเปลี่ยนเข้ามาในสายตา แม้จะก้มหน้า แต่ในทุกรอยแยกของก้อนหินก็มีดอกไม้ ในช่วงที่ดอกไม้มากที่สุด ที่นี่คงงดงามดั่งสวนสวรรค์ แม้ตอนนี้ใครอาจะบอกว่ายังไม่ใช่ช่วงที่ดีที่สุด แต่สำหรับผมแล้ว ที่นี่เป็นสถานที่สวยที่สุดในใจผม ไม่ว่าจะเป็นสวนสวรรค์หรือไม่ก็ตาม




* Day3_20.jpg (78.33 KB, 770x520 - ดู 1059 ครั้ง.)

* Day3_23.jpg (117.17 KB, 770x520 - ดู 1017 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #37 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:42 »

มีลำธารสาขาของ แม่น้ำ Pushpawati เป็นระยะ ซึ่งลำธารนี้ก็เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งเช่นกัน แต่จะไหลมาจากเทือกเขาทางเหนือและทางใต้  น้ำในลำธารสาขาใสกว่าน้ำในแม่น้ำมาก จนวันหลังๆ เราอาศัยน้ำในลำธารนี่แหละเป็นน้ำดื่ม น้ำเย็นชื่นใจมาก หลังดื่ม  ป้าโอ๋บอกว่า “ ตอนนี้เรารวมกับ Valley of Flowers แล้ว และ Valley of Flowers จะอยู่กับเราตลอดไป “  11895355830 


* Day3_25.jpg (146.82 KB, 770x520 - ดู 1032 ครั้ง.)

* Day3_13.jpg (107.19 KB, 494x670 - ดู 1008 ครั้ง.)

* Day3_30.jpg (52.21 KB, 454x670 - ดู 1014 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:47 โดย ชมส. » บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #38 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:45 »


ลำธารสาขาสุดท้ายจะเป็นลำธารที่ใหญ่ที่สุด มีต้น Epilobium latifolium ซึ่งมีดอกสีชมพู ขึ้นอยู่ริมน้ำ ตอนแรกโปรเกายืนถ่ายรูปอยู่ และบอกว่ามีนกอยู่บนหิน เราก็คิดว่าจะเป็นนกเอี้ยงถ้ำที่เจอเยอะมากตามริมน้ำ แต่พี่ Straybird ที่กำลังวุ่นกับการถ่ายลำธาร ละตาจากกล้องมาดู ก็ตะโกนบอกว่าเป็น นกมุดน้ำ   จากนั้นพวกเราเป็นอันไม่ต้องทำอะไร นั่งรอถ่ายเจ้านี่กัน  a_Drooling




* Day3_22.jpg (142.31 KB, 770x520 - ดู 1002 ครั้ง.)

* Dipper.jpg (111.43 KB, 454x670 - ดู 1008 ครั้ง.)

* Day3_32.jpg (56.11 KB, 770x520 - ดู 1008 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #39 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:51 »

สุดทางเดินจะเป็นที่ราบริมแม่น้ำ ซึ่งมีดอก Epilobium latifolium ขึ้นอยู่เต็มไปหมด จนกลายเป็น แม่น้ำสีชมพู ที่นี่เดิมเป็นปลายของธารน้ำแข็ง แต่ตอนนี้ธารน้ำแข็งได้หดหายไปหมดแล้ว แต่ก็ยังมีร่องรอยการกัดเซาะทิ้งไว้ ผมเดินลงไปตามริมน้ำ โดยมีดอกไม้หลากหลายชนิดอยู่เป็นเพื่อนเราไปตลอดสองข้างทาง ผมเดินไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้ เพื่อไปให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ 




* Day3_26.jpg (128.89 KB, 770x520 - ดู 1005 ครั้ง.)

* Day3_33.jpg (123.64 KB, 820x434 - ดู 1011 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ชมส.
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 4262



อีเมล์
« ตอบ #40 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 22:54 »

แล้วเราก็มาถึงสุดทาง ไม่รู้ว่าจะใช่ที่นี่หรือไม่ อาจจะเป็นเพียงขอบ หรืออาจจะไม่ใช่เลย แต่ไม่ว่าที่นี่จะเป็นอะไรก็ตาม แต่สำหรับผมแล้ว ที่นี่เป็นที่สวยที่สุดและเป็นดินแดนแห่งความสุขสงบที่จิตวิญญาณมนุษย์จะสถิตไปชั่วนิรันดร์      Cool




* Day3_27.jpg (139.74 KB, 770x520 - ดู 1005 ครั้ง.)

* Day3_28.jpg (117.59 KB, 770x520 - ดู 1002 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 11:51 โดย Admin » บันทึกการเข้า
Unravel
กะเต็นขาวดำใหญ่
****
กระทู้: 667



« ตอบ #41 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 23:31 »

อื้อหือ สุดยอดอีกแล้วน้า ช.

ชอบรูปนกมุดน้ำมากๆเลย รู้สึกว่านกมุดน้ำที่นี่จะถ่ายมาแล้วดูสวยงามกันทุกคนเลย

เป็นสวนสวรรค์จิงๆเลยเนอะ b_bigeye
บันทึกการเข้า

บี้จี้
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 3067



« ตอบ #42 เมื่อ: วันที่ 06 กันยายน 2009 เวลา 23:48 »

เป็นกระทู้ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ .....เขียนดีเป็นยิ่งนัก สมกับการรอคอยเลยครับ 11804416990ภาพสวยมั๊กๆ ประกอบคำบรรยายลงตัวดีจัง

อ่านเรื่องรามเกียรติ์แล้วจินตนาการเห็นภาพหนุมานเหาะอยู่ในฉากหลังแบบนี้ ช่างเป็นฉากหนังที่ตื่นตาตื่นใจจริงๆ

ผมชอบภาพสุดท้าย ดูแล้วน่าขนลุกกับความรู้สึกถ้าได้ไปนั่งอยู่กลางบรรยากาศแบบนั้นคงลืมไม่ลงเลย แบบที่น้าชอว่า “สถิตไปชั่วนิรันดร์ ” b_verylove

ขอบคุณน้าชอที่เอาภาพและเรื่องราวดีๆ มาเล่าสู่กันฟังครับ b_5fc0f220


ลป......สงสัยคราวนี้ป้าโอ๋จะหมดแรง โดดไม่ค่อยขึ้นเลย อิอิ undecided
บันทึกการเข้า
StrayBird
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 612



เว็บไซต์
« ตอบ #43 เมื่อ: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 08:48 »

ลงท้าย คล้าย ๆ จะจบ Series //อย่านะ น้า b_no

//การอัพกระทู้ เป็นความเครียดสะสมชนิดหนึ่ง 555
บันทึกการเข้า
jucgroo
VIP
กะเต็นขาวดำใหญ่
***
กระทู้: 880



« ตอบ #44 เมื่อ: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 09:09 »

ไม่ผิดหวังในการรอคอย  สุขุมนุ่มลึก 11804416990 มากด้วยความรู้และประสบการณ์  สมแล้วที่เขียนโดยผู้ที่บรรลุนิติภาวะมานมนาน undecided หรือ ที่เรียกว่า คนชรา  26  11891752340

เป็นกระทู้สาระคละบันเทิงคดีอันดับต้นๆแห่งปี  cute ขอสดุดีด้วยนารีแดง  12  จอกรวด 11872789940

แล้วตอนต่อไปมาให้ไวหน่อยนะครับน้า ชมส. คราวหน้าจะเตรียมไผ่เขียว ไว้ 12 ไห ไว้รอคารวะ  cute
บันทึกการเข้า
silk
กะเต็นน้อยธรรมดา
*
กระทู้: 36


อีเมล์
« ตอบ #45 เมื่อ: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 09:24 »

อ่านแล้วรู้สึกถึงความสงบ สวยงามมากจริงๆ สมกับที่รอ
บันทึกการเข้า
นกสุโขทัย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #46 เมื่อ: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 09:43 »

สุดจะบรรยายความงดงามเป็นคำพูดได้จริง ๆ .....ผมนั่งอ่าน นั่งชมผ่านจอยังรู้สึกได้ในระดับหนึ่งว่า...มันงดงามมากจริง ๆ ....แต่หากเทียบกับทุกท่านที่ไปสัมผัสด้วยตัวเองมาแล้ว....คงเทียบกันยากทีเดียว....

เป้นอีกชุดภาพสารคดี.....ที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงจริง ๆ ครับ..... 11872789940
บันทึกการเข้า
tor
VIP
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
***
กระทู้: 1063



เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #47 เมื่อ: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 13:26 »

อ่านแล้วขนลุกซุ่ๆเลยครับน้อชอ

อลังการสวรรค์สร้างๆจริง
ผมจินตนาการไม่ออกเลยครับว่าของจริงจะสวยกว่าในรูปซักกี่เท่าดีๆ

 b_bigeye

ปล. จริงๆน้าชอน้าแปลงกายเป็นหนุมานแล้วยก VOF ทั้งหุบมาให้คนที่นี่ดูกันมั่งนะครับ เอิ๊กๆ 
บันทึกการเข้า
Mor Mong
VIP
กะเต็นแดง
***
กระทู้: 356



อีเมล์
« ตอบ #48 เมื่อ: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 16:40 »

อ่านแล้วมีความสุขมาก ขอบคุณที่แบ่งปัน

โอ ความรู้เพียบ  ไม่ได้เชียวชาญแต่ตดม้าอย่างเดียว
แต่ต้น Thyme ไม่ใช่ Time นะครับ

แล้ว น้า ชอ เจอไหม  ไอ้สังกรณีตรีชวาล น่ะ  อยากเห็นมานานแล้วว่ามันหน้าตาอย่างไร

เห็นรูปแล้ว ยังไงชาตินี้ก็ต้องไป
บันทึกการเข้า
mr.december
VIP.
กะเต็นเฮอร์คิวลิส
*
กระทู้: 1947



อีเมล์
« ตอบ #49 เมื่อ: วันที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 17:34 »

นั่นมันมุดน้ำหรือนกเอี้ยงครับ  a_1775465297 เชื่องเชียว อิอิ

ดอกไม้สวย นกงาม ความรู้เพียบครับ น้าชอ 

ชอบรูปที่มีลำธารที่นี่มากเลย
ปกติเวลาเห็นป่า ผมจะอยากเป็นกวาง
ถ้าเห็นหุบเขาจะอยากเป็นนกอินทรี ร่อนไปตามเขา

แต่เห็นรูปน้าช. แล้วอยากเป็นปลาตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ในลำธาร เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในลำธารที่ VOF นี่แหละก็พอใจแล้ว 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 พิมพ์ 
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!